MGX Series! มิกเซอร์ดิจิทัลที่มี ”HDMI Capture“ ในตัว✨

MGX Series! มิกเซอร์ดิจิทัลที่มี "HDMI Capture" ในตัว จาก Yamaha

.

ปีนี้ Yamaha สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัว MGX Series ต่อยอดความสำเร็จจากตระกูล MG ยอดฮิต กลายเป็น Digital Mixer ที่ออกแบบมาเพื่อ "Audio & Video Producers" โดยเฉพาะ!

.

✨ ไฮไลท์เด็ดที่ห้ามพลาด

▪Fully Digital: มาพร้อมหน้าจอสัมผัส LCD ขนาด 4.3 นิ้ว และ Fader ขนาด 16 มม. ควบคุมง่ายเหมือนใช้สมาร์ทโฟน

.

▪HDMI Interface (รุ่น V): รุ่น MGX12V และ MGX16V มีช่อง HDMI-to-USB ในตัว! สามารถ Capture ภาพวิดีโอพร้อมเสียงส่งเข้าคอมได้ทันที เหมาะมากสำหรับสาย Live Stream และ Content Creator

.

▪Multitrack Recording: บันทึกเสียงแยกแทร็กได้สูงสุดถึง 22 แชนเนล (96kHz) ผ่าน USB-C หรือจะอัดลง microSD Card โดยตรงก็ได้ (สูงสุด 16 แชนเนล)

.

▪DSP ขั้นเทพ: มี Effect ในตัวเพียบ! ทั้ง Compressor, EQ, Reverb, Voice Changer และทีเด็ดคือระบบ Clip-safe ช่วยป้องกันเสียงพีคแบบอัตโนมัติ

.

MGX Series Digital Mixer มีสองสีให้เลือก

(V model มีฟังค์ชั่น HDMI-USB video/audio interface เพิ่ม)

MGX16 B/W (Black / White) 48,500 บาท

MGX12 B/W (Black / White) 35,500 บาท

MGX16V B/W (Black / White) 61,500 บาท

MGX12V B/W (Black / White) 48,500 บาท

.

สำหรับมือซาวด์หรือครีเอเตอร์ท่านใดที่ต้องการซื้อ MGX Series กดติดตามเพจ ProPlugin เพื่อจะได้ไม่พลาดอัปเดตวันวางจำหน่ายและรีวิวเจาะลึกก่อนใคร

.

#YamahaMGX #ProPlugin #DigitalMixer #LiveStreaming #อุปกรณ์ทำเพลง

1/20 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าคุณกำลังค้นหา “yamaha mgx16v” แล้วสงสัยว่ามันต่างจากมิกเซอร์ทั่วไปยังไง หรือเหมาะกับงานของเราจริงไหม อันนี้คือสิ่งที่ผมสรุปไว้แบบคนใช้งานสายคอนเทนต์/ไลฟ์สตรีมมิ่งอ่านแล้วตัดสินใจง่ายขึ้น 1) จุดที่ทำให้ MGX16V น่าสนใจ: HDMI Capture ในตัว MGX16V เป็นรุ่น V ที่เพิ่ม HDMI interface แบบ HDMI-to-USB ทำให้เราสามารถจับภาพวิดีโอ “พร้อมเสียง” ส่งเข้าคอมพิวเตอร์ได้ทันที เหมาะมากกับคนที่ไลฟ์ผ่าน OBS/Streamlabs หรือทำพอดแคสต์/สอนออนไลน์ เพราะลดอุปกรณ์แปลงสัญญาณ (capture card) แยกชิ้น และช่วยให้เซ็ตอัพหน้างานคล่องขึ้น โดยเฉพาะเวลาไปไลฟ์นอกสถานที่ 2) งานที่เหมาะกับ Yamaha MGX16V - ไลฟ์สตรีมขายของ / ไลฟ์สัมภาษณ์หลายไมค์: ได้ความเป็น Digital Mixer ที่ปรับง่ายและมี DSP - คอนเทนต์ครีเอเตอร์ที่ต้องการภาพ+เสียงเข้าเครื่องรวดเดียว: HDMI Capture ตอบโจทย์ - วงเล็ก/งานอีเวนต์ที่อยากอัดเสียงเก็บไว้ทีหลัง: มีฟีเจอร์ Multitrack Recording 3) อัดเสียงแยกแทร็กได้ยังไง (แนวทางการใช้งาน) MGX Series รองรับการบันทึกเสียงแบบ Multitrack ผ่าน USB‑C ได้สูงสุด 22 แชนเนลที่ 96kHz และยังอัดลง microSD ได้ (สูงสุด 16 แชนเนล) ทริคส่วนตัวคือ ก่อนอัดจริงให้เช็ค “ระดับสัญญาณ (gain staging)” ให้ดี แล้วลองอัดเทสต์ 30 วินาที ฟังย้อนเพื่อดูว่ามีเสียงฮัม/จี่ หรือระดับพีคเกินไปไหม จะประหยัดเวลาแก้ทีหลังมาก 4) DSP ที่ช่วยให้ไลฟ์เสียงดีขึ้นทันที จุดเด่นของมิกเซอร์ดิจิทัลคือเอฟเฟกต์ในตัว เช่น Compressor, EQ, Reverb และบางโหมดมี Voice Changer สิ่งที่ผมชอบคือระบบ Clip-safe ที่ช่วยกันพีคอัตโนมัติ (เหมาะกับสถานการณ์ที่คนพูดใกล้ไมค์สลับไกล หรือหลุดตะโกนแบบไม่ตั้งใจ) แต่ก็ยังควรตั้งเกนให้พอดีตั้งแต่แรกเพื่อให้เสียงใสและไม่บีบอัดจนแบน 5) เช็คลิสต์ก่อนตัดสินใจซื้อ MGX16V - คุณต้องใช้ HDMI Capture จริงไหม (ถ้าต้องไลฟ์/ทำวิดีโอเป็นประจำ รุ่น V จะคุ้ม) - จำนวนอินพุตพอหรือยัง (ถ้ามีหลายไมค์/หลายเครื่องดนตรี คิดเผื่ออนาคต) - เวิร์กโฟลว์อัดงาน: จะอัดผ่านคอม (USB‑C) หรืออยากอัดลง microSD แบบไม่พึ่งคอม สรุปคือ Yamaha MGX16V เหมาะกับคนที่อยากได้ “มิกเซอร์ดิจิทัล” ที่ทำงานสายวิดีโอได้จริง โดยเฉพาะการมี HDMI Capture ในตัวที่ช่วยลดขั้นตอนและทำให้เซ็ตอัพไลฟ์ง่ายขึ้นมาก ถ้าคุณทำคอนเทนต์เป็นประจำหรืออยากอัปเกรดงานเสียงให้ดูโปรขึ้น รุ่นนี้น่าไปลองจับและเทสต์การต่อใช้งานกับอุปกรณ์ของตัวเองครับ