เพราะแบบนี้ถึงควรมีอินเตอร์เฟตดีๆ ซักตัวว ต้อง Focusrite Scarlett 4th Gen 2i2

ไม่ดีเลย์ แถมมี Auto Gain ใช้งานง่าย มือใหม่ต้องโดน!!

.

.

.

.

.

.

แวะมาลองกันได้ที่หน้าร้าน ProPlugin

#Focusrite #Audiointerface #ProPlugin

2/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังหา audio interface ที่ “เสียบแล้วอัดได้เลย” โฟกัสที่ใช้งานง่ายและไม่หน่วงเวลา ตอนที่ฉันได้ลอง Focusrite Scarlett 2i2 4th Gen สิ่งที่รู้สึกชัดที่สุดคือเรื่อง DAW latency ต่ำ (กีตาร์ฟรี = DAW latency) เวลาอัดกีตาร์/ร้องผ่าน DAW แล้วมอนิเตอร์กลับมา แทบไม่รู้สึกว่ามีดีเลย์ ทำให้เล่นเข้าจังหวะง่าย ไม่ต้องคอยชดเชยเวลาในหัวให้ปวด อีกฟีเจอร์ที่อยากแนะนำสำหรับมือใหม่คือ Auto Gain เราแค่เล่น/ร้องในความดังที่ใช้จริง ตัวเครื่องจะช่วยตั้งเกนให้เหมาะสม ลดปัญหา “อัดเบาไป” หรือ “พีคแตก” ที่เจอบ่อยมากตอนเริ่มอัดเองที่บ้าน ฉันชอบตรงที่ช่วยประหยัดเวลาเซ็ตอัพ พอเกนได้ระดับที่ดีแล้วค่อยไปปรับโทนในปลั๊กอิน/มิกซ์ต่อได้สบาย สำหรับการใช้งานจริง Scarlett 2i2 4th Gen เหมาะกับคนที่อัด 1–2 แทร็กพร้อมกัน เช่น ร้อง + กีตาร์ หรือพอดแคสต์ 2 คน (ไมค์ 2 ตัว) จุดที่ควรเช็กก่อนซื้อคือไมโครโฟนของเราเป็นแบบไหน ถ้าใช้ไมค์คอนเดนเซอร์ต้องเปิดไฟเลี้ยง (phantom power) และควรมีระยะห่างปากไมค์พอดีเพื่อคุมเสียงลม/เสียงพ่น ส่วนคนอัดกีตาร์ไฟฟ้าตรง แนะนำลองปรับระดับอินพุตให้ไม่ชนแดง และฟังผ่านหูฟังคุณภาพโอเค จะช่วยตัดสินใจโทนได้แม่นขึ้น ทิปเล็กๆ ให้ “ไม่ดีเลย์” จริง: ตั้งค่า sample rate/buffer ให้เหมาะกับเครื่องคอม ถ้าคอมแรงพอ ลองลด buffer ลงเพื่อให้ latency ต่ำลง แต่ถ้ามีอาการกระตุก/แตก ให้เพิ่ม buffer ขึ้นนิดแล้วค่อยอัดทีละแทร็ก จะบาลานซ์คุณภาพกับความลื่นได้ดี สรุปจากที่ลอง Focusrite Scarlett 2i2 4th Gen คือเด่นเรื่องใช้ง่าย ตั้งค่าเร็ว และตอบโจทย์คนซีเรียสเรื่องความหน่วงใน DAW ใครเริ่มทำเพลง ทำคัฟเวอร์ หรืออัดเสียงพูดจริงจัง รุ่นนี้เป็นตัวที่หยิบใช้แล้วจบได้ไม่ยาก