ต้องมีแล้วปะ
Nothing ขยับจากแบรนด์สายดีไซน์ สู่เกมหูฟังพรีเมียม เปิดตัว Headphone (1) Pro จัดเต็ม 3 ไดรเวอร์ พร้อมดึง V BTS นั่งแท่น Global Brand Ambassador คนใหม่ 🎧✨
.
Headphone (1) Pro หูฟังครอบหูรุ่นใหม่ที่ยกระดับทั้งเรื่องเสียง วัสดุ และเทคโนโลยี โดยยังคงเอกลักษณ์ดีไซน์โปร่งใสของ Nothing ไว้
.
จุดเด่นของ Headphone (1) Pro คือระบบ 3 ไดรเวอร์ในตัวเดียว ประกอบด้วย Dynamic Driver 40 มม. สำหรับเสียงเบส, Precision Dynamic Driver และ Treble xMEMS Driver สำหรับเสียงย่านสูง ทำให้รองรับช่วงความ ถี่กว้าง 20Hz–40kHz พร้อมจูนเสียงร่วมกับ Metropolis Studios สตูดิโอบันทึกเสียงชื่อดังจากลอนดอน และมีโหมด Flat EQ ที่ให้โทนเสียงเป็นกลาง เหมาะกับคนที่ต้องการฟังรายละเอียดเสียงแบบตรงไปตรงมา รวมถึงโหมด Studio B ที่ใช้ Dynamic Spatial Audio จำลองบรรยากาศแบบห้องอัดเสียง
.
ด้านการใช้งานมาพร้อม Adaptive ANC และไมโครโฟน 10 ตัว ช่วยตรวจจับและลดเสียงรบกวนรอบข้าง รองรับ LDAC, Hi-Res Audio และการเชื่อมต่อ USB-C แบบ Lossless สูงสุด 24-bit/192kHz ส่วนดีไซน์ใช้อลูมิเนียม ไทเทเนียม และกระจก Panda Glass 9H น้ำหนัก 327 กรัม พร้อมมาตรฐาน IP52 และแบตเตอรี่ใช้งานได้นานสูงสุด 68 ชั่วโมงเมื่อปิด ANC
.
Headphone (1) Pro เปิดตัวที่ราคา 399 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราวหมื่นต้นๆ ส่วนราคาและกำหนดวางขายในไทยต้องรอประกาศจาก Nothing ประเทศไทย
.
นอกจากตัวหูฟัง การดึง V BTS เข้ามาเป็น Global Brand Ambassador ก็ถือเป็นอีกหมากสำคัญของ Nothing เพราะ V มีภาพลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับทั้งดน ตรี ศิลปะ และแฟชั่น สอดคล้องกับทิศทางของแบรนด์ที่ต้องการนำ เสียง + ดีไซน์ + ความคิดสร้างสรรค์ มาอยู่ในภาพเดียวกัน
.
🔗 ภาพ : Nothing
_______________________________
#PROXUMER #NothingHeadphone #NothingTH #VBTS #V #뷔 #BTS
จากประสบการณ์การฟังเพลงด้วย Nothing Headphone (1) Pro ต้องบอกเลยว่าเสียงตอบสนองได้ดีเหนือความคาดหมาย ด้วยระบบ 3 ไดรเวอร์ที่ช่วยให้รายละเอียดเสียงครบถ้วน ทั้งเสียงเบสหนักแน่นจาก Dynamic Driver 40 มม. และเสียงแหลมชัดใสโดย Precision Dynamic Driver และ Treble xMEMS Driver ทำให้ดื่มด่ำกับเสียงเพลงได้แบบเต็มอรรถรส ในชีวิตประจำวัน การมี Adaptive ANC กับไมโครโฟน 10 ตัวนั้นช่วยให้ตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีมาก ไม่ว่าจะใช้งานในสถานที่เสียงดังหรือเดินทางก็ยังคงได้ยินเสียงเพลงชัดเจน โดยที่ไม่ต้องปรับเพิ่มเสียงจนเกินจำเป็น ฟีเจอร์ Flat EQ และโหมด Studio B ที่ใช้ Dynamic Spatial Audio ช่วยให้ผมสามารถเลือกปรับโทนเสียงตามความชอบได้ง่าย เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงที่เน้นรายละเอียดเสียงเครื่องดนตรีหรือเสียงร้องให้สมจริงเหมือนไปนั่งอยู่ในห้องอัด เสริมด้วยการดีไซน์ที่ใช้วัสดุอลูมิเนียม ไทเทเนียม และ Panda Glass 9H ทำให้หูฟังดูหรูหรา น้ำหนักแค่ 327 กรัม ใส่สบายไม่เจ็บหูแม้ใช้งานนาน อีกเรื่องที่ประทับใจคือการเชื่อมต่อที่รองรับ LDAC และ Hi-Res Audio รวมถึง USB-C ที่ให้เสียงแบบ Lossless สูงสุด 24-bit/192kHz ซึ่งตอบโจทย์ทั้งคนฟังเพลงสตรีมมิ่งและไฟล์เพลงคุณภาพสูงจริงๆ การที่ทาง Nothing เลือก V BTS เป็น Global Brand Ambassador ยังสร้างความน่าสนใจเพิ่มขึ้นด้วยภาพลักษณ์ที่ผสานดนตรี ศิลปะ และแฟชั่นเข้าไว้ในตัว ทำให้หูฟังรุ่นนี้ไม่ใช่แค่อุปกรณ์ฟังเพลง แต่เป็นไอเทมแฟชั่นและตัวแทนของความสร้างสรรค์สมัยใหม่อย่างแท้จริง โดยรวมแล้ว Nothing Headphone (1) Pro เป็นหูฟังที่ควรค่าแก่การจับจอง ดีไซน์สวย เสียงดีครบทุกย่าน แบตทน พร้อมรองรับฟีเจอร์ไฮเทค เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ต้องการหูฟังแบบพรีเมียมที่แตกต่าง และยังคงรักษาสไตล์เฉพาะตัวไว้อย่างลงตัว
