Automatically translated.View original post

💎 Laneige VS. Dr.Jart + Lip Mask Which One Is Better To Use?

Now we have two brands of lip masks for nourishment. We have been laneage for years before, but I read that it is not suitable to use every day because it has exfoliating ingredients. When I read it on the side of the jar, he actually said that it removes dead skin cells, so I looked for another brand (not just lip balm, but with a strong mask). I like both of them.

🩵 Laneige Lip Sleeping Mask 20g

Official price 750 Baht

- A variety of scents and colors.

- Thick, silky, soft meat. Good mouth island, but not twinkling.

- Exfoliating.

- There's a scoop in it.

- Wake up, there's a lip in his mouth.

💙 Dr.Jart + Hydrating Lip Mask 20g

Official Price 850 Baht

- Touch the cream. A little sticky, intense. Island the mouth well.

- No smell, no color.

- Apply thin before applying lipstick.

- No exfoliating part.

- No scoop.

- Wake up, there's a lip in his mouth.

# laniege # drjart # Lip balm review # Lip balm

1/3 Edited to

... Read moreเห็นหลายคนเสิร์ชหา “Dr.Jart+ Cica Sleeping Mask” แล้วเข้ามาอ่าน เลยขอแชร์ให้ชัด ๆ จากประสบการณ์ส่วนตัวนะคะ: ไลน์ “Cica” ของ Dr.Jart+ ส่วนใหญ่จะเด่นเรื่องปลอบประโลมผิว (cica = centella) และมักถูกพูดถึงในกลุ่มสลีปปิ้งมาส์กสำหรับหน้า แต่ในโพสต์นี้ที่เราลองจริง ๆ จะเป็น Dr.Jart+ Hydrating Lip Mask ซึ่งเป็น “ลิปมาส์ก” สำหรับปากโดยตรง ไม่ใช่มาส์กหน้าค่ะ ถ้าใครตั้งใจหามาส์กหน้าซิก้า แนะนำเช็กชื่อเต็มบนกล่อง/เว็บทางการอีกที จะได้ไม่หยิบผิด แล้ว Dr.Jart+ Hydrating Lip Mask เหมาะกับใคร? เราว่ามันเหมาะมากกับคนปากแห้งง่าย แพ้กลิ่นน้ำหอม หรือไม่ชอบอะไรมีสี เพราะตัวนี้ “ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี” เนื้อจะครีมมี่และเข้มข้น เกาะปากดีแบบทาทิ้งไว้ก่อนนอนแล้วตื่นมายังรู้สึกว่ามีฟิล์มเคลือบอยู่ ส่วนตัวเราชอบใช้ 2 วิธีคือ (1) โบกหนา ๆ ก่อนนอนเป็น lip sleeping mask และ (2) ทาบาง ๆ ตอนเช้าก่อนลงลิปสติก วันไหนปากลอกน้อยลง ลิปสติกจะเกลี่ยง่ายขึ้นและตกร่องน้อยลงค่ะ ส่วนคำถามยอดฮิตที่คนชอบถามคู่กันคือ “ต่างจาก Laneige Lip Sleeping Mask ยังไง” ถ้าพูดแบบบ้าน ๆ: Laneige จะมีสี/กลิ่นให้เลือกเยอะ ฟีลสนุก ใช้แล้วรู้สึกเหมือนช่วยจัดการผิวปากที่ลอก ๆ ได้ไว เพราะเขามีคอนเซปต์ช่วยผลัดเซลผิวที่ตายแล้ว (ใครปากบางหรือระคายง่ายอาจต้องสังเกตความถี่) ข้อดีอีกอย่างคือมีที่ตักมาให้ สะดวกและดูสะอาดกว่า ส่วน Dr.Jart+ เน้นความเรียบง่าย ชุ่มชื้นแน่น ๆ ไม่มีส่วนช่วยผลัดเซลผิวเด่น ๆ เลยเหมาะกับสายปลอบประโลม/ไม่อยากให้ปากถูก “สครับ” บ่อย ๆ และข้อสังเกตคือไม่มีที่ตัก ต้องใช้ไม้พายแยกหรือมือที่สะอาดแทน ทิปเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เห็นผลขึ้น (ใช้ได้กับทั้งสองแบรนด์): ก่อนทามาส์กให้ซับปากให้แห้งนิดนึง แล้วลงมาส์กเนื้อครีมมี่ให้เคลือบทั่วริมฝีปาก โดยเน้นขอบปากที่ชอบแตก ถ้าปากลอกหนักมาก เราจะทา Dr.Jart+ หรือ Laneige หนา ๆ 10–15 นาที แล้วใช้คอตตอนบัดปาดเศษลอกออกเบา ๆ (ไม่ถูแรง) จากนั้นค่อยโบกทับอีกชั้นก่อนนอน เช้ามาปากจะนุ่มและแต่งลิปง่ายขึ้นค่ะ