ซื้อของเข้าห้องในงบ 1,500฿ จะได้อะไรบ้าง?! 🥬🍅🥦🥫✨

ถึงเวลากลับมาซื้อของเข้าห้องอีกครั้ง🛒✨ หลังจากที่ห่างหายไปนาน รอบนี้เลยขอตุนทั้งของแม็คโครและของโลตัสไปเลย❗️

#สตอรี่ของฉัน #lemon8ไดอารี่ #ติดเทรนด์ #ตุนของเข้าหอ #ซื้อของเข้าบ้าน

2025/11/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังจะ “ซื้อของเข้าหอ” แล้วอยากคุมงบประมาณแบบไม่เครียด เราใช้วิธีแบ่งงบ 1,500฿ เป็น 3 กองก่อนออกจากห้อง จะได้ไม่เผลอหยิบเพลิน: 1) ของสดทำกับข้าว (ประมาณ 900–1,100฿) เราเน้นซื้อที่ Makro เพราะแพ็กใหญ่คุ้มกว่า โดยเลือกของที่ “แยกแช่แข็งได้” เช่น เนื้อปลา กุ้ง หางหมึก เนื้อหอย แล้วกลับมาบ้านแบ่งเป็นถุงเล็กๆ พอ 1 มื้อ/1 เมนู (เขียนหน้าถุงไว้เลยว่าอะไร+วันที่) วิธีนี้ช่วยให้ของไม่เสียและทำให้เราหยิบใช้ง่ายมาก วันไหนขี้เกียจก็เอาทะเลรวมผัดพริกเกลือ หรือทำต้มยำ/ผัดผักได้จบในกระทะเดียว 2) ผัก-ของกินจุกจิกสำหรับสัปดาห์ (ประมาณ 200–400฿) ฝั่ง Lotus เราจะเก็บของที่ใช้บ่อยแบบแพ็กเล็ก เช่น เห็ด มันฝรั่ง และผักที่เก็บได้หลายวัน เลือกตามเมนูที่คิดไว้ล่วงหน้า 3–4 วัน จะช่วยลด food waste แบบเห็นผลจริงๆ ทริคคือซื้อผักที่ “ต่อยอดได้หลายเมนู” เช่น เห็ดทำได้ทั้งผัด ซุป ใส่มาม่า หรือทำข้าวผัดก็ยังได้ 3) ของปรุง/ของแห้งและของจำเป็น (ประมาณ 100–300฿) ถ้าในหอมีของพื้นฐานอยู่แล้ว ให้เติมแค่ที่ขาด เช่น ซอส น้ำมัน พริกไทย หรือชุดพะโล้ไว้ทำเมนูง่ายๆ เวลาไม่อยากคิดอะไร แค่ต้มพะโล้ใส่โปรตีนที่มีในตู้ก็อร่อยและอิ่มนาน ไอเดียจัด “ลิสต์ของเข้าหอ” ให้ซื้อคุ้มขึ้น - ก่อนซื้อให้เขียนเมนู 5 มื้อ แล้วค่อยแตกเป็นวัตถุดิบ (จะไม่หลุดงบง่าย) - ของสดให้เลือก 2 โปรตีนหลัก + 1 โปรตีนสำรอง เช่น ปลา + กุ้ง + หอย จะหมุนเมนูได้หลายวัน - ซื้อแล้วกลับมาจัดตู้เย็นทันที: แบ่งถุง แช่แข็ง ติดป้ายราคา/วันที่ จะรู้เลยว่าใช้ไปเท่าไหร่และเหลืออะไรบ้าง สุดท้าย ถ้างบ 1,500฿ อยากให้ “อิ่มและคุ้ม” จริงๆ เราว่าจุดชี้ขาดคือการแบ่งแพ็กและวางแผนเมนูค่ะ ทำครั้งแรกอาจเหนื่อยนิดนึง แต่พอเข้าที่แล้ว ชีวิตเด็กหอจะง่ายขึ้นมาก

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ SOMEDAY
SOMEDAYผู้สร้าง

ลองลงแบบคลิปมั่งง