Automatically translated.View original post

Contour Masterlist: Includes the pusher item with dimensions. 🤎✨

2025/9/15 Edited to

... Read moreถ้าเสิร์ชหา “dazzle me contour” แล้วลังเลว่าเฉดไหนและเนื้อเป็นยังไง เราลองใช้ Dazzle Me #06 Latte Contour มาสักพักแล้ว ขอสรุปแบบเข้าใจง่ายในมุมคนแต่งหน้าทุกวันนะคะ อย่างแรกที่ชอบคือ “โทนสี” ของ #06 จะเป็นน้ำตาลกลางอมเทา (ไม่ติดส้ม ไม่ติดแดง) พอลงบนผิวแล้วเงาจะดูเนียนเป็นธรรมชาติ เหมาะมากกับคนที่คอนทัวร์แล้วกลัวหน้าดูหมองหรือดูดุเกินไป โดยเฉพาะผิวไทยที่อยากได้เงากรอบหน้าซอฟต์ ๆ แบบไม่โป๊ะ เนื้อสัมผัสของ Dazzle Me Contour จะเกลี่ยง่าย ลื่นผิว ไม่ต้องใช้แรงเยอะ (มือใหม่ทำได้) เราชอบใช้แต้มบาง ๆ ก่อน แล้วค่อยบิ๊วเพิ่มทีละนิด เพราะถ้าลงทีเดียวเยอะ ๆ อาจต้องใช้เวลาบลนด์มากขึ้น เทคนิคส่วนตัวคือใช้แปรงหัวฟูเล็กหรือแปรงคอนทัวร์ปัดวนเบา ๆ ตรงกรามและโหนกแก้ม เงาจะฟุ้งสวยกว่าใช้พัฟกดค่ะ ตำแหน่งที่เราชอบลง: - ใต้โหนกแก้ม: เริ่มจากใกล้ใบหูแล้วลากเข้ามาครึ่งแก้ม จะได้หน้าดูเรียวแบบไม่แข็ง - กรอบหน้า/กราม: เน้นช่วงกรามด้านหลัง ช่วยให้หน้าดูคมขึ้นในรูป - สันจมูก: แตะนิดเดียวพอ เพราะโทนอมเทาจะให้เงาชัด ถ้าหนักมืออาจดูเข้มได้ เรื่องความติดทน สำหรับเราอยู่ได้ดีระดับหนึ่งตลอดวัน แต่ถ้าวันไหนอากาศร้อนหรือมีเหงื่อเยอะ แนะนำให้เซ็ตด้วยแป้งฝุ่นบาง ๆ จะช่วยให้คอนทัวร์ไม่ดรอปและไม่เป็นคราบง่าย (เราเคยลองเซ็ตแล้วเมคอัพดูเนียนขึ้นด้วย) ถ้าอยากเทียบโทนกับตัวอื่นที่หลายคนชอบ: 2P #08 Sand Dolla จะออกน้ำตาลนมซอฟต์มาก ๆ เหมาะกับลุคใส ๆ ส่วน Kage #02 Medium Light จะให้มิติบางเบาเนียน ๆ และถ้าชอบโทนคูลชัดขึ้น Supermom #5N หรือ Dasique #02 Cool Blending ก็จะไปทางเทา/คูลมากกว่า แต่สำหรับ “ใช้ทุกวันแบบไม่ต้องคิดเยอะ” เราว่า Dazzle Me #06 เป็นกลาง ๆ ที่หยิบง่ายสุดค่ะ สรุป: ถ้าคุณกำลังหา dazzle me contour ที่ให้เงาธรรมชาติ โทนไม่ติดแดง เกลี่ยง่าย และเหมาะกับมือใหม่ #06 Latte Contour เป็นตัวที่ควรลอง โดยเฉพาะสายแต่งหน้าแบบงานผิว เน้นกรอบหน้าละมุน ๆ ค่ะ