Automatically translated.View original post

Rate the 8 moises used. I like it very much!! 🔬🌈✨

A total of 8 moisturizers that are actually very like 🧴✨ each provide a different feed, both texture and result, some salvage dry skin, some soothe acne, some add water to clear, healthy skin. 🫧

💗 Curecode - Fuzzy Coating Broken Skin Recovery

💧 Sibling - Refreshing Clear Gel, Rebound Clear Skin

🌱 Dr.G - Soothe Acne Redness

🌿 Srichand - Light Gel Regain Strong Skin

🩹 La Roche-Posay B5 + - Rush Skin Recovery Mom

🔬 Everyskin - Long Moisturizing, Not Heavy Skin

❄️ Avène Cicalfate - Urgent Replica Dry Finish Coating

🐚 The Labatorian - Light Refreshing, Clear Succulent Skin

Every one is actually used, not spun, can say that it can be chosen according to the skin type. Anyone who has tried which one and likes it the most, let's share it. 💬✨

# Moisturizer # Skin Care Pill Label # Skin Moisturizer # Drug sign with lemon8 # Skin recovery

2025/9/24 Edited to

... Read moreถ้ากำลังค้นหา “มอยเจอร์ไรเซอร์” แล้วงงว่าจะเริ่มจากอะไร เราแนะนำให้เลือกจาก “ปัญหาผิว ณ ตอนนั้น” ก่อนเลย เพราะต่อให้เป็นมอยส์เหมือนกัน แต่ฟีลและผลลัพธ์ต่างกันมาก ระหว่างเจลใสเบาๆ กับครีม/บาล์มที่เน้นเคลือบผิวและเสริมเกราะป้องกันผิว 1) เลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ตามสภาพผิวง่ายๆ - ผิวแห้งลอก/ผิวพังจากอากาศหรือพักผ่อนน้อย: เลือกแนวครีมเข้มข้นหรือกึ่งบาล์มที่เน้น “กู้ผิวพัง-เคลือบผิว” ช่วยลดความตึง แสบ แห้งเป็นขุยได้ไว (ฟีลแบบ Cicaplast B5+ หรือ Cicalfate+) - ผิวมัน-เป็นสิวง่าย: ไปทางเจลครีมหรือซูทติ้งครีมที่เน้น “ปลอบสิว ลดรอยแดง อ่อนโยน” เนื้อบางเบา ไม่เหนอะ (แนว Dr.G / Srichand) - ผิวขาดน้ำแต่ไม่อยากหนักหน้า: เลือกเจลกึ่งครีมที่ให้ความชุ่มชื้นแบบเติมน้ำ ผิวเด้งใส (แนว Sibling / The Labatorian) - ผิวแพ้ง่าย/อยากเสริมเกราะป้องกันผิว: มองหาคำว่า barrier, soothing, restorative และเลือกสูตรที่ชุ่มชื้นยาวนาน ไม่ระคายเคืองง่าย (แนว Curecode / Everyskin) 2) วิธีใช้ให้เห็นผล (อันนี้หลายคนพลาด) - ทาหลังล้างหน้าในขณะที่ผิวยังหมาดๆ จะ “ล็อกน้ำ” ได้ดีกว่าทาตอนหน้าแห้งสนิท - ถ้าใช้ยารักษาสิว/เรตินอลแล้วผิวเริ่มแห้ง แนะนำทามอยส์ 2 รอบ: รอบแรกบางๆ แล้วค่อยปิดด้วยตัวที่เคลือบผิวมากขึ้นเฉพาะจุดที่ลอก - กลางวันเลือกเนื้อเบาเพื่อไม่ให้เมคอัพเป็นคราบ กลางคืนค่อยจัดตัวกู้ผิวแบบเข้มข้น 3) จับคู่เนื้อสัมผัสให้ตรงใจ - “เจลใส/เจลครีม” = สดชื่น ซึมไว เหมาะกับอากาศร้อนหรือคนผิวมัน - “ครีมกึ่งเจล” = ได้ทั้งความชุ่มชื้นและไม่หนักเกิน เหมาะเป็นมอยส์ประจำวัน - “ครีมหนา/บาล์ม” = เหมาะตอนผิวพัง แห้งลอก หรือใช้แต้มเฉพาะจุด (ข้างจมูก มุมปาก รอยสิว) 4) ทริคเล็กๆ ตอนเลือกซื้อ (กันเสียเงินฟรี) - ถ้าเพิ่งเริ่ม ลองไซซ์เล็ก/เทสเตอร์ก่อน เพราะมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ดีที่สุดคือ “ตัวที่เราใช้ได้ต่อเนื่อง” ไม่อุดตัน ไม่เหนอะ - ผิวเป็นสิวง่าย ให้ทดสอบที่กรามหรือแก้ม 3–7 วันก่อน และอย่าพร้อมใส่สกินแคร์ใหม่หลายตัวทีเดียว โดยรวมลิสต์ 8 ตัวในโพสต์นี้ครอบคลุมแทบทุกโจทย์เลย ทั้งสายเติมน้ำ ผิวฉ่ำใส สายปลอบสิว ลดรอยแดง และสายกู้ผิวพังแบบเร่งด่วน ใครมีปัญหาผิวหลักๆ แบบไหน ลองบอกได้ เดี๋ยวช่วยไล่ประเภทมอยเจอร์ไรเซอร์ที่เหมาะให้ค่ะ/ครับ