Automatically translated.View original post

10 famous dough that looks like a personal filter to the skin. ✨

Today I included 10 famous dough that is known for making the skin look smooth, clear, blurring pores, like adding a thin aura to the skin from morning to evening 🕊️. The matte or glow cord is complete, and it can be used for a beautiful skin job without a shade.

🌟 include skin blur powder, oily control powder, korean cord talcum powder to healthy clear skin feed pink powder.

🤖 can use makeup sets or slaps during the day. Not heavy skin.

🌊 the latter feed is "like a face filter" without relying on the app.

Anyone looking for a pair of dough, try this list. Certify the smooth skin to the next level. ✨

# Powder blur skin # Beautiful skin powder # Kiko powder # Drug sign with lemon8 # Settingpowder

2025/10/2 Edited to

... Read moreถ้าพูดถึง “แป้งเติมระหว่างวัน” ส่วนตัวผมมองว่าโจทย์หลักมี 3 อย่างคือ 1) เติมแล้วไม่หนา/ไม่คราบ 2) คุมมันได้แบบหน้าไม่แห้งตึง 3) ช่วยเบลอรูขุมขนให้งานผิวดูเนียนขึ้นเหมือนใส่ฟิลเตอร์ ซึ่งจากที่ลองมาหลายแบบ การเลือกชนิดแป้งและวิธีเติมสำคัญพอๆ กับตัวแป้งเลย 1) เลือกชนิดแป้งให้ตรงสถานการณ์ - แป้งอัดแข็ง: เหมาะกับวันที่ต้องการความเนี้ยบเร็วๆ พกง่าย เติมเฉพาะจุดได้ดี โดยเฉพาะโซนที/ข้างจมูก ช่วยเซ็ตผิวให้สวยเป๊ะและคุมมันดีเยี่ยม แต่แนะนำกดเบาๆ ไม่ถู จะลดโอกาสเป็นคราบ - แป้งฝุ่นเนื้อละเอียด: เหมาะกับคนที่ชอบงานผิวบางเบา ดูเป็นธรรมชาติ และอยากให้ผิวผ่องเนียนแบบไม่หนักหน้า ใช้ได้ทั้งเซ็ตเมคอัพและเติมระหว่างวัน - แป้งโปร่งแสง/setting powder: เหมาะมากกับการเติมระหว่างวัน เพราะช่วยล็อกเมคอัพและลดความมันแบบไม่เพิ่มสี ทำให้ไม่ดรอปหรือดูหนาเกินไป - แป้งโทนชมพู/soft-focus: วันที่หน้าดูหมองๆ ผมจะหยิบโทนชมพูมาช่วยไบรท์ เพิ่มความผ่องแบบสุขภาพดี แต่ต้องลงบางๆ จะดูละมุนกว่า 2) เทคนิคเติมระหว่างวันให้ไม่คราบ (ทำแล้วต่างจริง) - ซับมันก่อนเสมอ: ใช้กระดาษซับมันแตะๆ อย่าถู เพราะถ้าถูจะพาเมคอัพหลุดเป็นด่าง แล้วพอทับแป้งจะยิ่งจับเป็นคราบ - ใช้พัฟให้ถูกแบบ: ถ้าหน้ามันมาก ใช้พัฟแห้ง “กด” แป้งบางๆ เฉพาะจุด แต่ถ้าวันไหนเริ่มมีคราบ ให้พลิกมาใช้แปรงนุ่มๆ ปัดเบามือ จะช่วยกลืนผิวและลดการจับตัวเป็นก้อน - เติมเป็นเลเยอร์บางๆ: ผมจะลงรอบแรกบางมากก่อน รอดู 1–2 นาที ถ้ายังมันค่อยเพิ่มรอบสอง วิธีนี้ทำให้งานผิวเนียนกว่าและไม่หนา 3) เลือกเฉด/ฟินิชให้เข้ากับลุค - สายแมตต์: เลือกแป้งคุมมันหรือแป้งโปร่งแสงที่ให้ผิวแมตต์แต่สบายผิว เหมาะกับอากาศร้อนหรือวันต้องออกนอกบ้าน - สายโกลว์: เลือกแป้งฝุ่นที่ให้ผิวโกลว์ธรรมชาติ หรือแบบมีชิมเมอร์เบาๆ (ละเอียดๆ) เน้นปัดเฉพาะกรอบหน้า/ใต้ตา จะได้ผิวใสไม่มันเยิ้ม 4) เช็กลิสต์ก่อนซื้อ “แป้งเติมระหว่างวัน” - เนื้อแป้งละเอียดไหม (ยิ่งละเอียด ยิ่งเบลอรูขุมขนสวย) - ทับกันแดด/รองพื้นแล้วเป็นคราบหรือเปล่า - มีโทนสีที่ไม่ทำให้หน้าดรอปไหม (ผิวสองสีแนะนำลองโปร่งแสงหรือเฉดไม่อมเทา) ส่วนตัวถ้าอยากได้ผลลัพธ์แนว “เบลอผิว ผิวเนียนใส” แบบเร็วๆ ระหว่างวัน ผมจะเริ่มจากซับมัน → ใช้แป้งโปร่งแสงหรือแป้งฝุ่นเนื้อละเอียดกดบางๆ ก่อน แล้วค่อยปิดจ๊อบด้วยแป้งอัดแข็งเฉพาะจุดที่ต้องการความเนี้ยบ เท่านี้หน้าก็กลับมาดูสวยเป๊ะเหมือนมีฟิลเตอร์ติดหน้าได้เลย