自動翻訳されています。元の投稿を表示する

2週間でTOEICスコアを上げる。

今日は私たちのためにトリックを共有したいと思います。2番目のtoic試験は準備に2週間かかりました。最初のものよりも多くのポイントを取得します(これは良いことです)。

🙋🏻‍♀️私はリスニングが得意ですが、文法(リーディング)はあまり正確ではないので、リーディングはほぼ90%です。

💭非常に重要なことは、迅速に考え、頻繁にテストを行う練習をすることです。タイミングも。準備ができていない、それをやってみてください。終了し、スコアを確認してください。私たちは少しの部分を取得した場合、我々は(YouTubeで、すべて無料)チュートリアルクリップを見に行くと再び試験の時間を計るしようとします。

長いテキスト部分を読んで単語を埋めます。私たちが記入しなければならない____までの文(空白のページが欠落している)の冒頭で読むことをお勧めします。すべてを読まないでください。それは時間を無駄にする私たちを遅くします。

長い読書部7、例えば電子メールやウェブサイトは、問題を最初に読んでから物語を読むことを勧め、私たちを質問に敏感にさせます。

💡は、私たちにとって頻繁に試験を受ける練習です(毎日1ー2回試験を受けますが、やりすぎないようにしてください)。それによって、私たちは本当に早く行うことができ、クリップを見ることでカットテクニックを習得しやすくなります。以前よりもはるかに少ないポイントを獲得するためにそれを行ってください。考える練習に慣れるために、それを続けることは大丈夫です。

これは、試験に行くか、読書によって落胆している人を共有するためのすべての私たちのトリックです(私たちは😭です)、決定され、結果は消えます。🥹

#TOEICテスト #Toicチューター #トイック

2025/8/8 に編集しました

... もっと見るหลายคนถามเราบ่อยว่า “คะแนน TOEIC เท่าไหร่ถึงเป็นระดับ B1?” เราเองก็เคยงงตอนเริ่ม เพราะ TOEIC เป็นคะแนน 10–990 แต่ระดับ B1 เป็นกรอบ CEFR (A1–C2) ที่หลายบริษัท/มหาวิทยาลัยใช้เทียบความสามารถภาษาอังกฤษ โดยทั่วไป “B1” จะอยู่ช่วงกลางๆ คือสื่อสารเรื่องงาน/ชีวิตประจำวันได้ เข้าใจประเด็นหลักของบทสนทนาและอีเมลง่ายๆ ได้ (แต่ยังไม่ถึงขั้นใช้ภาษาแบบมืออาชีพมาก) จากประสบการณ์เรา (คะแนน 590 → 715) ถ้าใครกำลังเล็ง “คะแนน TOEIC ระดับ B1” ให้ตั้งเป้าแบบนี้ก่อน: ถ้าคะแนนอยู่แถว 500–650 มักถูกมองว่าเข้าใกล้/อยู่ระดับกลางค่อนข้างมากแล้ว ส่วน 700+ จะเริ่มดูแข็งแรงขึ้นเวลายื่นงาน โดยเฉพาะสายออฟฟิศที่ต้องอ่านอีเมล/เอกสารบ่อยๆ (ทั้งนี้การเทียบ B1 เป๊ะๆ อาจต่างกันตามเกณฑ์ของแต่ละองค์กรนะคะ) สิ่งที่ช่วยให้คะแนนขึ้นแบบจับต้องได้ (โดยเฉพาะคนที่ Reading ยังไม่แน่น) คือ “ทำให้ทันเวลา” ก่อนเลย เพราะหลายคนไม่ได้ผิดเพราะไม่รู้ แต่ผิดเพราะทำไม่ทัน เราแนะนำให้ลองทำแบบฝึกหัด/ข้อสอบเสมือนจริงแล้วจดไว้ 3 อย่างทุกครั้ง: 1) ทำทันไหม (เหลือกี่นาที) 2) พาร์ทไหนพลาดเยอะ (Part 5/6/7) 3) พลาดเพราะอะไร (ศัพท์ไม่รู้ / อ่านไม่ทัน / กับดักไวยากรณ์) ถ้าเป้าคือดันคะแนนให้ถึงระดับกลางแบบ B1 วิธีที่เราใช้แล้วเวิร์กคือ “ตัดสิ่งรบกวน + จับเวลา + รีวิวทันที” เช่น ทำ Reading วันละ 1 รอบ (หรือ 1–2 รอบแบบไม่หักโหม) แล้วตรวจคำตอบทันที จากนั้นกลับไปดูเฉลยแบบเข้าใจเหตุผล ไม่ใช่แค่จำคำตอบ สำหรับคนที่อยากเพิ่มคะแนน Reading ให้ไว เราชอบโฟกัส 2 เรื่อง: - Part 5/6: ทำเป็นชุดสั้นๆ 15–30 ข้อ จับเวลา และทำลิสต์ grammar ที่พลาดซ้ำ (เช่น subject-verb, parts of speech, tense) - Part 7: อ่าน “คำถามก่อน” แล้วไฮไลต์คีย์เวิร์ดในคำถาม (ชื่อคน/วันที่/จำนวนเงิน/สถานที่) จากนั้นค่อยไล่หาคำตอบในอีเมลหรือเว็บ จะช่วยลดเวลาการอ่านวน อีกอย่างที่ช่วยมากคือดูคลิปติวฟรีใน YouTube เพื่อเก็บเทคนิคตัดช้อยส์/จุดที่ออกสอบบ่อย แล้วเอามาลองทำในข้อสอบจริงทันที (ดูแล้วต้องทำตาม ไม่งั้นลืมเร็วค่ะ) สุดท้าย ถ้ากำลังเช็กว่าคะแนนตัวเองใกล้ B1 ไหม ให้ลองดูผลคะแนนย่อย Listening/Reading ด้วย เช่นเรา Listening เด่นกว่า แต่ Reading เป็นตัวดันคะแนนรวม พอ Reading จาก 235 ไป 300 คะแนนรวมกระโดดชัดมาก ใครที่คะแนนยังไม่ถึงเป้า แนะนำให้เลือก “พาร์ทเดียวที่อ่อนที่สุด” แล้วอัดให้ขึ้นก่อน 2 อาทิตย์ก็เห็นผลได้จริงค่ะ