ยอดเสียชีวิตแผ่นดินไหวเวเนซุเอลาทะลุ 1,700 ราย ยังเผชิญอาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง

หลายพื้นที่ในประเทศเวเนซุเอลายังคงเผชิญอาฟเตอร์ช็อกอย่างต่อเนื่อง หลังเกิดแผ่นดินไหวใหญ่สองครั้งซ้อนเมื่อวันพุธที่แล้ว (24 มิถุนายน) จนสร้างความเสียหายอย่างหนัก ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตทะลุ 1,700 รายแล้ว ขณะที่การค้นหาผู้รอดชีวิตและกู้ภัยยังคงดำเนินต่อเนื่อง

แผ่นดินไหวครั้งนี้ เดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีเฉพาะกาลของเวเนซุเอลา ระบุว่าเป็น "ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่โหดร้ายที่สุด" ในประวัติศาสตร์ของเวเนซุเอลา อย่างไรก็ตาม BBC รายงานว่า พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายยังคงไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรมจากรัฐบาล ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ต้องช่วยเหลือกันเองแบบทุลักทุเล เช่น ที่เมืองท่าลากวยรา

แม้ความช่วยเหลือจากนานาชาติเริ่มหลั่งไหลเข้ามาแล้ว แต่การทำงานแข่งกับเวลาก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก ขณะที่ความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตก็เริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ ถึงแม้มีการช่วยชีวิตชายหนุ่มวัย 21 ปีหลังติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังนานกว่า 100 ชั่วโมงเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ตาม

ที่เมืองคาเตีย ลา มาร์ ปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยหลักๆ ยังคงดำเนินการโดยอาสาสมัครในท้องถิ่นและทีมกู้ภัยนานาชาติ ท่ามกลางกระแสความโกรธเคืองของประชาชนที่มีต่อหน่วยงานรัฐ

ภาพ: MIGUEL MEDINA / Pool via REUTERS

อ้างอิง:

bbc.com/news/articles/…

#TheStandardNews

6/30 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การติดตามข่าวภัยพิบัติทางธรรมชาติอย่างแผ่นดินไหวครั้งนี้ในเวเนซุเอลา ทำให้เห็นได้ชัดว่าความรุนแรงของแผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อกที่ต่อเนื่องนั้นท้าทายการช่วยเหลืออย่างมาก ท่ามกลางความเสียหายขั้นรุนแรงต่อโครงสร้างพื้นฐานและบ้านเรือน ทำให้การเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความยุ่งยาก แม้ว่าจะมีอาสาสมัครและทีมกู้ภัยนานาชาติออกปฏิบัติการอย่างเต็มความสามารถก็ตาม จากคำบอกเล่าของผู้ที่อยู่ในพื้นที่ บางพื้นที่ยังเผชิญกับการขาดแคลนสิ่งจำเป็นพื้นฐาน เช่น น้ำดื่ม ยา และอาหาร ความช่วยเหลือจากรัฐบาลมีความล่าช้าและไม่ครอบคลุม ส่งผลให้ประชาชนต้องพึ่งพาตัวเองและกลุ่มอาสาสมัครในท้องถิ่นซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องอุปกรณ์และกำลังคน ความท้าทายที่เกิดขึ้นยังถูกย้ำด้วยกระแสความไม่พอใจของประชาชนที่รู้สึกว่ารัฐบาลไม่ได้ให้ความช่วยเหลือที่เพียงพอและทันท่วงที จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ภาคส่วนต่างๆ ทั้งรัฐบาล องค์กรระหว่างประเทศ และประชาสังคม จะต้องเร่งประสานความช่วยเหลือในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพและสามารถเข้าถึงประชาชนในพื้นที่มากขึ้น นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ยังเป็นบทเรียนใหญ่ในการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในอนาคตที่รวมถึงการวางแผนรับมืออาฟเตอร์ช็อกอย่างต่อเนื่อง และการให้ความรู้ด้านความปลอดภัยแก่ชุมชนเพื่อให้ประชาชนสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยตนเอง ถือเป็นเรื่องน่าสะเทือนใจแต่ก็แสดงถึงความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นที่ไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบาก และเป็นโอกาสที่ทุกฝ่ายจะร่วมมือกันเพื่อฟื้นฟูประเทศเวเนซุเอลาให้กลับคืนสู่สภาพปกติในเร็ววัน