Automatically translated.View original post

Sapporo Delicious Shop!

3/8 Edited to

... Read moreใครกำลังหารีวิว “Hokkaido Yakiniku Kita Ushi Sapporo” ก่อนกดจอง เราแนะนำให้วางแผนล่วงหน้าจริงๆ เพราะร้านนี้ค่อนข้างฮิต และจากที่ไปมา จุดเด่นคือเป็นแนวยากินิคุที่ฟีลพรีเมียมมาก มีเชฟช่วยดูการย่างให้ (บางคอร์ส/บางเมนูเชฟจะถามระดับความสุกที่ชอบ) ทำให้ได้เนื้อสุกพอดีแบบไม่ต้องลุ้นเอง โดยรวมคือเนื้อวากิวฮอกไกโดนุ่มและหอมมาก กินแล้วรู้สึกว่า “คุ้ม” กับประสบการณ์ เรื่องการจอง: เราแนะนำให้จองก่อนเดินทางไปซัปโปโรเลยจะสบายใจที่สุด โดยเฉพาะช่วงเทศกาลหรือเสาร์-อาทิตย์ บางรอบเต็มไวมาก ส่วนการชำระเงิน ร้านรองรับบัตรเครดิต (ตอนเราไปคือสะดวกมาก) แต่อย่าลืมเช็กเงื่อนไขตอนจอง เช่น การมัดจำ/ยกเลิก/เลท เพราะร้านระดับนี้มักเคร่งเรื่องเวลา สำหรับคนที่ค้นหา “Ushi menu” แล้วอยากรู้ว่าควรเริ่มจากอะไร เมนูที่เราประทับใจและคิดว่าไม่ควรพลาดมีประมาณนี้ 1) วากิวโอมากาเสะ (Wagyu Omakase) — เหมาะกับคนอยากลองหลายส่วนในมื้อเดียว เนื้อจะมาเป็นลำดับ กินแล้วรู้สึกถึงความต่างของแต่ละคัตชัดมาก ตั้งแต่ความมัน ความนุ่ม ไปจนถึงกลิ่นหอมตอนย่าง 2) Yukhoe made with Hokkaido Wagyu (ยุเกะวากิว) — จานนี้รสจะกลมกล่อม หอมงา เนื้อสดดีมาก กินแล้วเปิดต่อมอยากอาหารสุดๆ เหมาะเริ่มมื้อ หรือสั่งมากินแกล้มก็เพลิน 3) Seasonal Soup / ซุปไข่ตุ๋นร้อนๆ — เป็นจานที่ช่วยบาลานซ์ความเลี่ยนหลังเนื้อย่างได้ดี ซุปมาแบบอุ่นๆ ท็อปเห็ดหอม รสละมุน กินแล้วรู้สึกสดชื่นขึ้น 4) เนื้อวากิวในน้ำซุปเสิร์ฟพร้อมข้าว — ถ้าใครชอบเมนูแนวซุป/ข้าว จานนี้คือสบายท้องและอร่อยแบบนุ่มนวล ได้ความกลมกล่อมจากน้ำซุปกับไขมันเนื้อกำลังดี 5) Hokkaido Wagyu Fillet Steak Sandwich (แซนด์วิชสเต๊กฟิเลต์) — อันนี้เป็นเมนูที่เราว้าวมาก ขนมปังกรอบนอกนุ่มใน และฟิเลต์คือฉ่ำ นุ่ม ละลายในปาก เหมือนเป็น “ของรางวัล” ปิดท้ายมื้อ ทิปเล็กๆ จากประสบการณ์เรา: ถ้ากลัวเลี่ยน แนะนำสั่งเครื่องดื่มเย็นๆ (อย่างเบียร์) ไว้ตัดมัน จะทำให้กินเนื้อได้เพลินขึ้น และอย่าลืมเผื่อเวลานั่งกินแบบชิลๆ เพราะร้านนี้เหมาะกับการค่อยๆ ลิ้มรส มากกว่ากินรีบๆ ค่ะ