กันแดดม่วง💜 Dr.G #กันแดด
กันแดดม่วง💜 Dr.G ทำถึงงง เบสปรับผิว เบลอรูขุมขน คุมมัน
SPF50+PA++++ #กันแดดม่วง #กันแดด #รีวิวกันแดด #รีวิวบิวตี้🏆
ช่วงนี้เห็นคนพูดถึง “กันแดดหลอดสีม่วง Dr.G” บ่อยมาก เลยลองหยิบมาทดสอบแบบจริงจังในวันทำงานที่ต้องออกแดด+นั่งห้องแอร์สลับกันค่ะ (ใครค้นหา dr g sunscreen / dr.g sunscreen / กันแดด dr.g น่าจะเล็งตัวเดียวกันนี่แหละ) จุดที่ทำให้ติดใจคือฟีลมันเป็น “กันแดด+เบส” ในตัว เพราะทาแล้วผิวดูเนียนขึ้นทันที เหมือนช่วยเบลอผิว รูขุมขน และคุมมันได้ดีระดับหนึ่ง สิ่งที่สังเกตได้หลังใช้ - เนื้อสัมผัส: จะออกแนวเบสที่เกลี่ยง่าย พอเซ็ตตัวแล้วผิวดูซอฟต์ ไม่ค่อยมันเงา เหมาะกับวันอยากได้งานผิวเนียนๆ - เรื่องคุมมัน: วันไหนอากาศร้อนจัดยังมีมันบ้าง แต่ความมันจะออกแบบสวยๆ ไม่เยิ้มง่าย โดยเฉพาะบริเวณทีโซน - เบลอผิว/รูขุมขน: ถ้าทาบางๆ แล้วรอให้เซ็ต จะเห็นว่าผิวดูเรียบขึ้นจริง แต่งหน้าต่อแล้วรองพื้นเกาะดีขึ้น - กันแดด: เป็น SPF50+ PA++++ ซึ่งเหมาะกับใช้กลางวันทั่วไป แต่ถ้าวันไหนออกแดดจัดๆ แนะนำทาซ้ำระหว่างวันตามความเหมาะสม ทริคทาให้สวย ไม่เป็นคราบ (สำคัญมาก) 1) ลงสกินแคร์ให้พอดี: ถ้าทามอยส์เจอร์หนักๆ แล้วลงกันแดดทันที อาจเกิดการลื่น/จับตัวเป็นคราบได้ ลองรอให้สกินแคร์ซึม 3-5 นาทีก่อน 2) ปริมาณ: ถ้าทาหน้าอย่างเดียว ฉันจะใช้ประมาณ 2 ข้อนิ้ว หรือกะให้ทั่วหน้าและคอแบบไม่บางเกินไป (กันแดดจะได้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ) 3) วิธีเกลี่ย: วอร์มที่หลังมือก่อน แล้วค่อยๆ กด/เกลี่ยจากกลางหน้าออกข้างนอก จะได้ผิวเนียนและไม่เป็นเส้น 4) รอเซ็ตก่อนแต่งหน้า: รอประมาณ 1-2 นาที แล้วค่อยลงรองพื้น/แป้ง จะช่วยให้เมคอัพติดทนขึ้น เหมาะกับใคร - คนที่อยากได้ครีมกันแดดหลอดสีม่วงที่ทำหน้าที่เหมือนเบส ปรับผิวให้ดูเนียน - คนผิวผสมถึงมัน หรือคนที่แต่งหน้าบ่อยๆ แล้วอยากให้รูขุมขนดูเบลอลง ข้อสังเกตเล็กๆ ถ้าวันไหนผิวแห้งมากๆ อาจต้องเพิ่มมอยส์เจอร์บางๆ ก่อน เพราะฟินิชจะออกแมตต์/ซอฟต์ ถ้าผิวขาดน้ำอาจรู้สึกตึงนิดหน่อยได้ค่ะ โดยรวมสำหรับฉัน กันแดด Dr.G หลอดม่วงเป็นตัวที่หยิบใช้บ่อย เพราะจบในขั้นตอนเดียวทั้งกันแดด+ช่วยเบลอผิว ใครกำลังลังเลอยู่ แนะนำลองกับกิจวัตรประจำวันของตัวเอง แล้วดูว่าเข้ากับสกินแคร์/รองพื้นที่ใช้ไหม จะได้ผลลัพธ์สวยที่สุดค่ะ

























































