Automatically translated.View original post

Cream 517 LAB Scratch Strap

6/28 Edited to

... Read moreหลายคนถาม “Pro-PDRN 517 LAB 10,000 ppm ดีไหม” กับ “ใช้ยังไงถึงเห็นผล” เรามาแชร์แบบประสบการณ์คนเพิ่งเริ่มใช้ (และแอบซื้อทีเดียว 3 หลอดเหมือนกัน) เผื่อช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะคะ 1) Pro-PDRN คืออะไรแบบเข้าใจง่าย Pro-PDRN เป็นกลุ่มสารที่สายเกามักใช้ในสกินแคร์แนวฟื้นฟูผิว ช่วยเรื่องปลอบประโลม/ซ่อมแซมผิวที่อ่อนแอ เหมาะกับช่วงที่ผิวพังจากสิว การใช้กรด/เรตินอล หรือผิวแห้งลอก แต่ผลลัพธ์จะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่ทาปุ๊บขาวใสทันทีค่ะ 2) วิธีใช้ที่เราแนะนำ (กันพลาด) - ช่วงเริ่มต้น: ใช้วันละครั้งก่อน (กลางคืนจะปลอดภัยสุด) 3–5 วันแรก เพื่อดูว่าผิวเรารับได้ไหม - ปริมาณ: บีบประมาณ “เมล็ดถั่ว” สำหรับทั้งหน้า หรือแยกเป็นจุดเล็กๆ 5 จุดแล้วเกลี่ยบางๆ จะคุมความมัน/ความเหนอะได้ดีกว่าโบกหนา - ลำดับการลง: หลังล้างหน้า → โทนเนอร์/เอสเซนส์ (ถ้ามี) → Pro-PDRN 517 → มอยส์เจอไรเซอร์ (ถ้าผิวแห้งมากค่อยปิดทับ) - ตอนเช้าใช้ได้ไหม: ใช้ได้ค่ะ แต่ต้องตามด้วยกันแดด เพราะการฟื้นฟูผิวจะเห็นผลยากถ้าไม่กันแดด 3) เหมาะกับผิวแบบไหน - ผิวแห้ง/ผิวขาดน้ำ: มักถูกจริต เพราะช่วยให้ผิวดูแน่นและสบายขึ้น แนะนำทาคู่มอยส์เจอไรเซอร์เนื้อครีม - ผิวมัน/เป็นสิวง่าย: ใช้ได้ แต่ต้อง “ทาบาง” และเช็คว่าเนื้อครีมหนักไปไหม ถ้ารู้สึกเหนอะ ให้ใช้เฉพาะกลางคืนหรือทาเฉพาะบริเวณที่แห้งลอก - ผิวแพ้ง่าย: แนะนำเทสต์ก่อนเสมอ (ทาที่กราม/หลังหู 24–48 ชม.) และเริ่มสัปดาห์ละ 3–4 วันก่อน 4) ใช้ร่วมกับอะไรได้/ควรเลี่ยงอะไร - ใช้ร่วมได้: มอยส์เจอไรเซอร์, เซราไมด์, ไฮยาฯ, ไนอาซินาไมด์ (ส่วนใหญ่เข้ากันได้ดี) - ถ้ากำลังใช้กรด AHA/BHA หรือเรตินอล: ให้สลับคืนกันก่อน จะลดโอกาสระคายเคือง เช่น คืนนี้กรด/เรตินอล พรุ่งนี้ใช้ Pro-PDRN เพื่อปลอบผิว - ถ้าเริ่มมีผด/สิวอุดตัน: ลดปริมาณลงครึ่งนึง หรือเว้นวัน แล้วเช็คว่ามีการทาทับหลายชั้นเกินไปไหม 5) ต้องใช้กี่วันถึงรู้ว่า “ดี/ไม่ดี” โดยส่วนตัวเราว่าดูเป็นช่วงๆ จะชัดกว่า - 3–7 วัน: ดูเรื่องแสบ แดง คัน อุดตัน - 2–4 สัปดาห์: ดูความชุ่มชื้น ผิวแข็งแรงขึ้น แต่งหน้าติดขึ้น สิวอักเสบยุบไวขึ้นไหม ถ้าเพื่อนๆ ใช้อยู่เหมือนกัน มาแชร์หน่อยว่าใช้คู่กับอะไรแล้วเวิร์คที่สุด โดยเฉพาะคนผิวมัน/เป็นสิวง่าย เราจะได้ปรับวิธีใช้ให้เข้ากับผิวตัวเองค่ะ