ถ้ารู้ว่าไม่ดีก็พัฒนาตัวเองมัวแต่ตัดพ้อ"เมื่อไหร่จะดีขึ้น"
ถ้ารู้ว่าไม่ดี
ก็พัฒนาตัวเอง
มัวแต่ตัดพ้อ
"เมื่อไหร่จะดีขึ้น"
1. รู้กับทำมันคนละเรื่อง
ความรู้ไม่มีพลังในตัวมันเอง
พลังเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเอา
ความรู้นั้นออกมาใช้จริง
2. ตัดพ้อไม่ใช่แผน
บ่นว่าชีวิตไม่ดีทุกวัน
ไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นแม้แต่วันเดียว
3. รอให้พร้อมก่อน ไม่มีวันพร้อม
คนที่รอจังหวะที่ใช่อยู่เสมอ
คือคนที่ไม่เคยเริ่มต้นอะไรจริงจัง
4. เวลาไม่รอใคร
ทุกวันที่บ่นโดยไม่ลงมือ
คือวันที่คนอื่นเดินหน้าไปโดยไม่รอ
5. ชีวิตไม่ดีขึ้นเพราะเข้าใจ
ชีวิตดีขึ้นเพราะลงมือทำความเข้าใจ
เป็นแค่จุดเริ่มต้น ไม่ใช่จุดสิ้นสุด
6. ความเจ็บปวดไม่ใช่เหตุผล
หลายคนใช้บาดแผลเป็นข้ออ้างว่าทำไม
ยังเปลี่ยนไม่ได้แต่คนที่เจ็บเหมือนกันก็มีที่เลือกเปลี่ยน
7. โทษตัวเองไม่ใช่การพัฒนา
นั่งเสียใจกับสิ่งที่ผ่านมาไม่ใช่ความก้าวหน้า
มันแค่คือการยืนอยู่กับที่ในอีกรูปแบบหนึ่ง
8. เริ่มเล็กดีกว่าไม่เริ่ม
ไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างในคืนเดียว
แต่ต้องเปลี่ยนบางอย่างในวันนี้
9. พูดมากทำน้อยเป็นนิสัย
คนที่บอกว่าอยากเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
แต่ไม่เคยเปลี่ยน กำลังฝึกนิสัยของการพูดโดยไม่ทำ
10. ความสะดวกสบายคือกับดัก
อยู่ในที่ที่ไม่ดี แต่ชินแล้ว ง่ายกว่าออกมา
สู่สิ่งที่ไม่รู้จัก นั่นเองที่ทำให้หลายคนไม่ขยับ
11. รู้จักตัวเองแต่ไม่ยอมรับ
บางคนรู้ดีว่าตัวเองขี้เกียจ กลัว หรือหลบเลี่ยง
แต่เลือกจะอธิบายมันด้วยเหตุผลที่ฟังดูดีกว่า
12. สิ่งแวดล้อมไม่ใช่ข้อแก้ตัว
คนที่โตมาจากสภาพแวดล้อมที่ไม่ดีก็มีที่เลือก
สร้างชีวิตใหม่ได้ มันยากกว่า แต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้
13. ระหว่างรู้กับเปลี่ยนคือความกล้า
ส่วนที่ยากที่สุดไม่ใช่การรู้ว่าต้องทำอะไร
แต่คือการกล้าลงมือทำแม้จะกลัว
14. ถามว่าเมื่อไหร่ผิดคำถาม
คำถามที่ถูกคือ "วันนี้จะทำอะไรเพื่อมันได้บ้าง"
ไม่ใช่รอให้ชีวิตดีขึ้นเอง
15. ผลลัพธ์ตามหลังการกระทำ
ไม่มีใครรู้สึกมีแรงบันดาลใจก่อนแล้วค่อยทำ
ส่วนใหญ่ทำก่อนแล้วแรงบันดาลใจถึงตามมา
16. วินัยสำคัญกว่าแรงบันดาลใจ
แรงบันดาลใจมาแล้วก็ไป แต่วินัย
คือสิ่งที่ทำให้ยังเดินหน้าต่อในวันที่ไม่อยากทำ
17. เวลาที่เสียไปเรียกคืนไม่ได้
บ่นย้อนหลังไม่มีประโยชน์ แต่สิ่งที่ทำได้
คือไม่ให้วันข้างหน้ากลายเป็นอีกวันที่เสียเปล่า
18. ชีวิตดีขึ้นได้เมื่อเริ่มลงมือ
ไม่ใช่เมื่อรู้สึกพร้อม ไม่ใช่เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยน
แต่เมื่อตัดสินใจว่าจะไม่รออีกต่อไป
การพัฒนาตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนคงเคยรู้สึกเหมือนกับที่เขียนไว้ในบทความว่า มัวแต่ตัดพ้อและถามตัวเองว่า "เมื่อไหร่จะดีขึ้น" แต่จริงๆแล้ว ความสำเร็จและการเปลี่ยนแปลงชีวิต ต้องเริ่มจากการลงมือทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่รอความพร้อมหรือหวังว่าจะมีแรงบันดาลใจมาก่อน ประเด็นที่น่าสนใจคือ การรู้และการทำเป็นคนละเรื่องกัน เมื่อเรารู้ว่าควรทำอะไร แต่ถ้าไม่เริ่มทำ ความรู้นั้นก็ไร้พลัง การลงมือทำเพียงเล็กน้อยในแต่ละวันจะช่วยเสริมสร้างวินัยซึ่งสำคัญกว่าการอาศัยแรงบันดาลใจที่มักมาแล้วก็ไป เช่นเดียวกับการที่หลายคนติดอยู่ในกับดักของความสะดวกสบาย ไม่กล้าออกจากโซนปลอดภัย ถึงแม้จะรู้ว่าสิ่งแวดล้อมหรืออดีตอาจจะไม่เอื้ออำนวย แต่ก็ไม่ควรให้เป็นข้ออ้างในการไม่พัฒนา เพราะสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้นไม่ได้มาจากการรอ แต่เกิดจากการตัดสินใจและนำไปสู่การกระทำที่ต่อเนื่อง จากประสบการณ์ส่วนตัว พบว่า การเริ่มทำสิ่งที่เล็กที่สุดก่อน ไม่ต้องเปลี่ยนทุกอย่างในครั้งเดียว แต่ต้องเริ่มวันนี้ เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งการรับรู้ความกลัวและขี้เกียจในตัวเอง ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องยอมรับและหาทางข้ามผ่านความเหล่านั้น ไม่ใช่พยายามหาข้ออ้างหรือโทษตัวเองจนหยุดนิ่ง นอกจากนี้เวลาที่เสียไปไม่สามารถนำกลับคืนมาได้ ดังนั้นการบ่นหรือนั่งเสียใจกับสิ่งที่ผ่านมาไม่มีประโยชน์ ทุกวันคือโอกาสใหม่ที่จะไม่ปล่อยให้เสียเปล่า และที่สำคัญที่สุดคือ "ตัดสินใจว่าจะไม่รออีกต่อไป" แล้วลงมือทำทันที อาจเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะนำไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง


















































