✨ Cosme 2025 Haul – ถูกกว่าไทยแบบร้องกรี๊ด! 🇯🇵🛍

ไปญี่ปุ่นรอบนี้ตั้งใจตามลิสต์ Cosme 2025 แบบแน่น ๆ แล้วคือ… ราคาดีกว่าไทยเยอะมากกกกกก จนต้องหอบกลับมาเต็มกระเป๋า 😭💸

💖 ของที่สอยมา

📌 Dior Prestige โฟมล้างหน้า ใช้มาแล้ว 2 หลอด

ราคาที่ไทยราคา 4,000 บาท แต่ๆ ญี่ปุ่น ราคา 10,300 ¥ = 2,136 บาท กรี๊ดดดเก็บกลับบ้าน!เถอะ!!

📌 Estée Lauder ANR

• ขวดใหญ่ราคาดีมาก 3,190 บาท คุ้มกว่าไทยหลายพัน! เพราะไทยขาย 5,000-6,000 บาท

📌 Shiseido – Revital, Essential Barrier

• สกินแคร์สายผิวแข็งแรง ใช้ดี ราคาน่ารักกว่าไทยเยอะ

📌 SK-II Skinpower Cream สูตรใหม่ไทยยังไม่มีขาย

• กระปุกแดงในตำนานไซส์ใหญ่สุดด้วย ญี่ปุ่น 4,800 บาท ไทยไม่ต้องสืบ ถ้ามามี 6-7,000 แน่ๆ 🥹

📌 Dior Lip Glow /Dior cushion / Dior foundation

• ลิปใช้มาหลายแท่งที่ไทย 1,500 ญี่ปุ่น 900 บาท

• คุชชั่นซื้อไทย 1,900 เจอญี่ปุ่น 1,100 บาท

• รองพื้นราคาไทย 2,900 บาท ญี่ปุ่น 1,900 บาท

📌 Eyeliner ญี่ปุ่น

• รุ่นขายดีใน Cosme ติดทน สมคำร่ำลือ ราคาดีสุด! 280 บาท

📌 Curel / Anua / Conditioner Essential

• สกินแคร์สายผิวแพ้ง่ายเพียบ ควรเหมากลับค่ะ ราคาดีหลักร้อย

📌 Shiseido power sitting ที่ไทยยังไม่มีขายนะคะ ได้รางวัลปีนี้ ราคาน่ารัก 1,000 บาท หามาลองค่ะ

เห็นราคาแล้วซื้ออะไรในไทยไม่ลงแล้วค่ะต่างกันเกิน

🛒 ทำไมต้องช้อปที่ญี่ปุ่น?

✔ ราคาถูกกว่าไทยแบบเห็นได้ชัด

✔ ของครบ รุ่นฮิตติดอันดับ Cosme หาไม่ยาก

✔ ของแถมแน่น ๆ หลายร้านมี tax-free อีก

#เครื่องสำอางญี่ปุ่นที่ต้องซื้อ #รีวิวสกินแคร์ญี่ปุ่น #ซื้ออะไรดีที่ญี่ปุ่น #ป้ายยากับlemon8 #cosme2025

2025/12/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังหา “รีวิวเครื่องสำอางญี่ปุ่น” แล้วลังเลว่าควรซื้ออะไรกลับไทยดี รอบนี้เราใช้ลิสต์ Cosme 2025 เป็นไกด์เลย ช่วยคัดตัวฮิตที่คนญี่ปุ่นโหวตจริง ๆ ทำให้ซื้อแบบมั่นใจขึ้น และที่สำคัญคือหลายตัว “ราคาถูกกว่าไทย” แบบเห็นตัวเลขแล้วใจสั่น สิ่งที่เราทำก่อนเข้าร้านคือแบ่งหมวดให้ชัด 1) สกินแคร์บำรุง/ผิวแข็งแรง 2) เมคอัพที่ต้องการความติดทน 3) ของสำหรับผิวแพ้ง่าย/ใช้ได้ทั้งบ้าน จะได้ไม่หลุดงบง่าย ฝั่งสกินแคร์ ถ้าเน้นผิวแข็งแรงและลดแห้งลอก กลุ่ม Shiseido/ไลน์ที่ช่วยเสริมเกราะผิวคือหยิบแล้วใช้ได้จริง โดยเฉพาะวันที่เดินเที่ยวเจออากาศหนาวหรือแห้ง ส่วนใครชอบครีมบำรุงแน่น ๆ SK-II Skinpower Cream กระปุกแดงไซส์ใหญ่คือคุ้มมาก (เราเห็นว่าเป็นไอเท็มที่หลายคนตามหา) และบางสูตร/บางขนาดญี่ปุ่นมีไวกว่าไทยด้วย ฝั่งเมคอัพที่น่าซื้อกลับคือพวก “ติดทนและใช้ได้ทุกวัน” อย่างอายไลเนอร์ที่ได้รางวัล/ขายดีใน Cosme เขียนง่าย เส้นคม และกันเลอะระหว่างวัน เหมาะกับวันที่ต้องเดินทั้งวัน ส่วนงานผิว ถ้าเจอคุชชั่นที่ได้รางวัล เนื้อจะออกแนวบางเบาให้ผิวดูโกลว์ธรรมชาติ (เหมาะกับคนชอบงานผิวญี่ปุ่น) และอย่าลืมเช็กเฉดให้ตรงผิว เพราะบางแบรนด์โทนจะสว่างกว่าที่คุ้นเคย สายผิวแพ้ง่าย แนะนำโฟกัสแบรนด์ที่ทำของอ่อนโยน เช่น Curel หรือไอเท็มแนวสเปรย์/โลชั่นสำหรับผิวแห้งระคายง่าย ข้อดีคือซื้อเป็นของใช้ที่บ้านได้ยาว ๆ และเหมาะกับทุกวัย ในรูปที่เราได้มาเห็นชัดเลยว่ามีไอเท็มผิวแพ้ง่ายที่ได้รางวัลปี 2025 ด้วย ใครผิวแห้งเป็นขุยตามตัวหรือผิวไวกับอากาศ เปย์ตัวนี้แล้วรู้สึกคุ้ม ทริคช้อปให้คุ้มในญี่ปุ่นจากประสบการณ์เรา 1) เช็กราคาหน้าชั้น + คูปองร้าน + tax-free (บางสาขามีโปรซ้อน) 2) ถ้าซื้อหลายชิ้นให้รวมบิลเพื่อยอด tax-free และขอของแถม (บางทีได้ไซส์ทดลองเพิ่ม) 3) ถ้าตั้งใจซื้อ Dior/Estée Lauder ให้ดูโซนเคาน์เตอร์ในห้าง vs ร้านดรักสโตร์ ราคาบางอย่างต่างกัน และของแถมก็ต่างกัน 4) กันงบไว้ให้ “ตัวที่ไทยยังไม่มี” ก่อน แล้วค่อยปิดท้ายด้วยของใช้ประจำอย่างลิปบาล์มมีสี/คอนดิชันเนอร์ สรุป ถ้าเป้าหมายคือ “รีวิวเครื่องสำอางญี่ปุ่นที่คุ้ม” เราว่าการยึดลิสต์ Cosme 2025 แล้วเลือกตามสภาพผิวตัวเอง คือทางลัดที่ทำให้ช้อปสนุกขึ้น แถมลดความเสี่ยงซื้อพลาด และที่สำคัญคือประหยัดกว่าซื้อในไทยหลายชิ้นจริง ๆ

ค้นหา ·
estee lauder ญี่ปุ่น ราคา