จินตภาพจากประวัติศาสตร์ล้านนา สมัยพญาสามฝั่งเเกน กษัติย์ลำดับที่8 ในราชวงศ์มังรายพระราชโอรสของพญาเเสนเมืองมาและะพระนางติโลกจุฑามหาเทวี ผู้สร้างพระเจดีย์หลวง และพระอัฏฐารส จนแล้วเสร็จ
องค์ประกอบศิลปะในขบวน ได้แรงบันดาลใจจากการผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่น กับศิลปะกรรมของจีนสมัยราชวงศ์หมิง ผ่านความสำพันธ์ในฐานะรัฐบรรณาการ ในช่วงเวลาดังกล่าว เรื่องราวความงดงามในสมัยพระเจ้าสามฝ ั่งแกน(ราชวงศ์มังราย)
เครื่องแต่งกายถูกออกแบบตามสภาพภูมิอากาศในช่วงฤดูหนาวผสมผสานอิทธิพลของเครื่องนุ่งห่มของจีนและล้านนาเข้าไว้ด้วยกัน
ในสมัยพญาสามฝั่งแกน พระนางติโลกจุฑาเทวีมีความสัมพันธ์ทางการฑูตกับจีน ในหลักฐานปรากฏว่าตลอดรัชสมัยพระองค์ได้ส่งฑูตไปปักกิ่ง
ถึง 2 ปี ต่อ1ครั้ง จนราชสำนักต้าหมิงทูตมาถึงเชียงใหม่เเสดงไมตรี การแต่งกายจึงออกแบบในลักษณะ "Lanna-Ming Dynasty Fusion" สะท้อนภาพลักษณ์ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างล้านนาและจีนสมัยราชวงศ์หมิง โดยใช้เนื้อผ้าและรูปแบบเครื่องนุ่งห่มที่มีกลิ่นอาย Winter (ฤดูหนาว) เช่น การใช้ผ้าทอเนื้อหนา การขลิบตกแต่ง หรือการเลเยอร์ผ้าที่ได้รับอิทธิพลจากจีนโบราณ ผสมผสานกับอัตลักษณ์ล้านนา ขบวนอันเชิญน้ำสรงพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระกรุณาโป รดเกล้าฯ พระราชทานสรงพระอัฏฐารส และพระอัครสาวกซ้าย-ขวา เนื่องในโอกาส สมโภชวัดเจดีย์หลวง ครบ 635 ปี และพระอัฏฐารส ครบ 615 ปี สร้างสรรคโดย กองงานเลขานุการ วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร
@nalinthakittiwan
@nalinthakittiwan
@nalinthakittiwan
#ป้าปุ๋ยนางรำพาเที่ยว#ป้าปุ๋ยนางรําพาเที่ยวี่ #วัดเ#วัดเจดีย์หลวงป#๖๓๕ปีนบป๋ารมีมหาโชติการามว#๖๑๕วัสสายอบูชาพระพุทธอัฏฐา
ถ้าใครค้นหาเรื่อง “อาณาจักรล้านนา” แล้วอยากได้ภาพที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่ไทม์ไลน์ชื่อกษัตริย์อย่างเดียว เราว่าการดู “ศิลปะ + พิธีกรรม + การแต่งกาย” จะช่วยให้เข้าใจล้านนาแบบมีชีวิตมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงพญาสามฝั่งแกนที่บทความนี้พูดถึง ซึ่งเป็นยุคที่มีการติดต่อกับจีนราชวงศ์หมิงอย่างต่อเนื่อง ทำให้รสนิยมด้านศิลป์และเครื่องนุ่งห่มมีความผสมผสานน่าสนใจ สิ่งที่เราใช้เป็นจุดสังเกตเวลาอ่าน/ชมขบวน คือ 3 อย่างนี้ 1) ฉากหลังทางการเมืองของอาณาจักรล้านนา ล้านนาไม่ได้เป็น “เมืองปิด” แต่มีความสัมพันธ์กับรัฐรอบข้าง รวมถึงจีนในฐานะรัฐบรรณาการ หลักฐานการส่งทูตและการรับรองไมตรี ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทั้งของใช้ ความเชื่อ และงานช่าง พอเข้าใจตรงนี้ เวลาดูงานที่มีอิทธิพลจีนจะไม่รู้สึกว่าแปลก แต่จะมองว่าเป็นผลของยุคสมัย 2) ทำไมชุดถึงเป็นสไตล์ Lanna–Ming Dynasty Fusion จากที่เห็นคอนเซ็ปต์ในงาน ข้อสังเกตที่ช่วย “อ่าน” ชุดได้ง่ายคือ - โทนและผิวสัมผัสผ้า: มักเน้นผ้าทอเนื้อหนา/ดูอบอุ่น เข้ากับธีมฤดูหนาว - การเลเยอร์: การใส่หลายชั้น ขลิบตกแต่ง หรือแพตเทิร์นบางอย่างจะมีกลิ่นจีนโบราณ แต่ยังคงโครงและอัตลักษณ์ล้านนาอยู่ - ความเป็นพิธีการ: ชุดในขบวนจะเน้นความสง่า เรียบร้อย เหมาะกับงานศาสนาและงานหลวง 3) บริบทของวัดเจดีย์หลวงและพระอัฏฐารส พอรู้ว่างานเกี่ยวข้องกับการสมโภชวัดเจดีย์หลวงครบ 635 ปี และพระอัฏฐารสครบ 615 ปี เราจะเข้าใจว่าทำไมขบวนถึงละเอียดมาก ทั้งงานออกแบบรูปขบวนและองค์ประกอบศิลปะ รวมถึงการจัดให้สอดคล้องกับ “ขบวนอัญเชิญน้ำสรงพระราชทาน” ซึ่งเป็นพิธีที่มีความสำคัญสูง ทริคเล็กๆ ถ้าจะไปดูงานหรือไปไหว้ที่วัดเจดีย์หลวง: ลองอ่านป้าย/เอกสารประกอบงาน (ถ้ามี) แล้วสังเกตคำว่า “ผู้ออกแบบรูปขบวน” หรือหน่วยงานอย่างกองงานเลขานุการ เพราะช่วยให้เราตามไปดูผลงานชุดอื่นๆ ในธีมล้านนาได้ต่อเนื่อง และทำให้การเรียนรู้อาณาจักรล้านนาไม่ใช่แค่ท่องจำ แต่เป็นการ “ดูของจริงแล้วเชื่อมกับประวัติศาสตร์” ค่ะ












