#ครูของครูของครู ขอแสดงความยินดีกับ อาจารย์วิถี พานิชพันธ์ อาจารย์ผู้ก่อตั้งคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในโอกาสได้รับ ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาการจัดการท่องเที่ยวและการโรงแรม จากมหาวิทยาลัยพะเยา และสุขสันต์วันเกิดครบ 80 ปี ในปี2569 อ.วิถี อาจารย์วิถีก่อตั้งภาควิชาศิลปะไทย คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตั้งแต่ปี 2526 มีบทบาทโดดเด่นด้านการฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมล้านนา ทั้งในด้านของการอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมดั้งเดิม และการสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ในรูปแบบศิลปะร่วมสมัย ศิษย์เก่าที่ได้รับถ่ายทอดแนวความคิดไปจาก อ.วิถี เหล่านี้ ออกไปสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างมากมาย และได้รับการตอบสนองจากสังคมอย่างกว้างขวาง เช่น ด้านงานประเพณี “ประเพณีสลุงหลวง จังหวัดลำปาง” ซึ่งมีความโดดเด่นด้านการนำเสนอด้วยรูปแบบริ้วขบวน หรือในด้านการแสดงนาฏศิลป์ อย่างการฟ้อนเทวดา ฟ้อนปิติ ฟ้อนถวายมือ ฟ้อนผางประทีปพม่า เป็นต้น ซึ่งเป็นการแสดงที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่บนพื้นฐานความดีงามการแสดงที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่บนพื้นฐานความดีงามอย่างเดิม นอกจากนั้นในส่วนของงานดนตรีล้านนาร่วมสมัย วง ”ช้างสะตน” ซึ่งเป็นศิษย์จากภาควิชาศิลปะไทยเช่นกัน ก็ได้รับความนิยม และเป็นที่ยอมรับทั้งระดับภูมิภาคและระดับสากลอย่างเดิม อ.วิถี เป็นผู้ริเริ่มงาน “ตานข้าวใหม่ ใส่บาตรหลวง” ขบวนทางน้ำในกว๊านพะเยา ที่มหาวิทยาลัยพะเยา ได้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ศิษย์จากภาควิชาศิลปะไทย ก็ได้รับความนิยม และเป็นที่ยอมรับทั้งระดับภูมิภาคและระดับสากล

ส่งเสริมให้ลูกศิษย์เป็นผู้นำเสนอต่อสาธารณชนโดย อ.วิถี พานิชพันธ์ ให้เป็นไปอย่างสอดคล้องกับยุคสมัย ปัจจุบันได้ปรากฏบทบาทและหน้าที่ด้านการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่แพร่หลายทั้งภาครัฐและเอกชน องค์กรหลายแห่งมีการจัดการชุมชน ศิลปกรรมและวัฒนธรรมชุมชนเพื่อสร้างเสริมภาพลักษณ์ของท้องถิ่น และหลายแห่งมีบัณฑิตจากภาควิชาศิลปะไทยเข้าไปมีส่วนร่วมปรากฏการณ์ทางด้านศิลปวัฒนธรรมเหล่านี้ มีผู้ตั้งข้อสังเกตและให้คำนิยามเอาไว้ว่าเป็น “กระแสนีโอล้านนา” ซึ่งไม่ใช่การกลับมาของรากเหง้า แต่เป็นการสร้างสรรค์ต่อยอดมาจากรากที่มีอยู่ ไม่ใช่การทำขึ้นมาลอย ๆ อ.วิถี คือผู้มีส่วนสำคัญในการทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น รศ.ดร.สมพงษ์ วิทยศักดิ์พันธุ์ หัวหน้าภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวถึงชีวิตและการทำงานของ อ.วิถี ว่า ในยุคแรก ๆ ของชีวิตการทำงานในฐานะอาจารย์มหาวิทยาลัย ชีวิต อ.วิถี อาจแบ่งได้เป็นสองภาค โดยภาคหนึ่งเป็นช่วงเวลาของการสอนหนังสือ ส่วนอีกภาคหนึ่งเป็นช่วงเวลาของการแสวงหา เป็นการออกไปสัมผัสกับธรรมชาติ ออกไปสัมผัสกับศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยจะสะพายกล้องถ่ายภาพไปด้วย โดยถ่ายเป็นภาพสไลด์ และนำมาล้างดู และอธิบายภาพนั้นซ้ำอีกที ซึ่งทำให้ อ.วิถี มีความซาบซึ้ง และมองเห็นแง่มุมต่างๆจากภาพเหล่านั้นยุคต่อจากนั้นเป็นช่วงเวลาของการสร้างฐาน โดย อ.วิถี ใช้เวลาไม่กี่ปีในการสร้างฐานของศิลปะไทยขึ้นมา ซึ่งถูกตั้งคำถามขึ้นมาว่าเป็นศิลปะไทยจริงหรือ โดยหากภาควิชาศิลปะไทยไม่มี อ.วิถี อยู่ ศิลปะไทยอาจอยู่ในรูปแบบของศิลปะไทยเดิม แต่ด้วยมุมมองที่ต่างจากคนอื่น ศิลปะไทยที่เป็นอยู่ในตอนนี้ จึงเป็นศิลปะไทยที่ประกอบด้วยวิญญาณของ อ.วิถี อย่างเห็นได้ชัด สิ่งที่น่าสนใจคือการมองด้วยมุมมองที่แตกต่าง ผสมผสานกับรากเหง้าของความเป็นคนล้านนา และการเข้าไปเรียนรู้และสัมผัสด้วยตัวเอง ทดลองด้วยตัวเอง และพยายามจะสร้างสรรค์สิ่งที่ตัวเองเห็นว่าดีงามขึ้นมา

แต่ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เด่นชัดขึ้นมา เกิดขึ้นในยุคของการสร้างศิษย์ ในช่วงเวลาที่โลกาภิวัฒน์ยังไม่เข้ามามากเท่านี้ ช่วงเวลาที่เชียงใหม่ยังไม่บูมเท่านี้ การสร้างสีสันด้านศิลปวัฒนธรรมโดยลูกศิษย์ลูกหาที่แพร่กระจายออกไป สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับสังคมในวงกว้าง สิ่งที่ อ.วิถี ทำคือการเพาะเมล็ดพันธุ์เหล่านั้น ให้แพร่กระจายออกไป สิ่งที่ อ.วิถีสร้างขึ้นมานั้น ไม่ได้สร้างขึ้นมาลอย ๆ แต่ใช้เวลานับสิบ ๆ ปี ในการลงไปคลุกคลีอยู่กับสิ่งเหล่านี้ ได้รู้จักศิลปะ ได้รู้จักชีวิตผู้คน จนสามารถที่จะอธิบายได้ว่าสิ่งเหล่านั้นคืออะไร การที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมานั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีพื้นฐานที่ดี จึงจะสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ดีขึ้นมาได้ และนั่นคือสิ่งที่ อ.วิถี พานิชพันธ์ ทำมาตลอดชีวิต #คณะวิจิตรศิลป์มช #มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ #อาจารย์วิถีพานิชพันธ์ #ป้าปุ๋ยนางรําพาเที่ยว

@nalinthakittiwan

@nalinthakittiwan

@nalinthakittiwan

3/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมอาจารย์วิถี พานิชพันธ์ ผู้ก่อตั้งภาควิชาศิลปะไทยที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไม่เพียงแต่เป็นครูผู้ถ่ายทอดความรู้ แต่ยังเป็นต้นแบบในการสร้างสรรค์และฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมล้านนาอย่างแข็งขัน ซึ่งเห็นได้จากผลงานและลูกศิษย์ที่แผ่ขยายทั้งในวงการศิลปะนาฏศิลป์และดนตรีร่วมสมัย จากประสบการณ์ส่วนตัวในการติดตามงานศิลปวัฒนธรรมล้านนา ผมพบว่าแนวทางของอาจารย์วิถีแตกต่างจากการยึดติดศิลปะแบบเดิมๆ เพราะท่านเน้นการเข้าใจรากเหง้าของวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง ผ่านการศึกษาสัมผัสด้วยตัวเองและทดลองสร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นบนฐานของความดีงามในอดีต สิ่งนี้ช่วยกระตุ้นให้ศิลปะล้านนายังคงมีชีวิตและเข้ากับยุคสมัย ส่งผลให้มีการจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมจากภาครัฐและเอกชนอย่างแพร่หลาย ลูกศิษย์ของอาจารย์ได้สืบทอดความคิดนี้ เปิดตัวผลงานที่ผสมผสานความเป็นล้านนากับความร่วมสมัยอย่างลงตัว เช่น การแสดงนาฏศิลป์แบบฟ้อนเทวดาและวงดนตรี "ช้างสะตน" ที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับภูมิภาคและนานาชาติ งานประเพณีอย่าง "ประเพณีสลุงหลวง" และกิจกรรม "ตานข้าวใหม่ ใส่บาตรหลวง" คืออีกตัวอย่างชัดเจนของการเชื่อมโยงอดีตและปัจจุบันให้น่าติดตาม สิ่งที่ประทับใจคืออาจารย์วิถีไม่เพียงแค่ผลิตคนให้มีทักษะเท่านั้น แต่เน้นการสร้างความหลากหลายทางศิลปะและวัฒนธรรม ทำให้ศิษย์แต่ละคนมีเอกลักษณ์และนำเสนอผลงานที่สะท้อนวิถีชีวิตและความงดงามของล้านนาในมุมมองที่หลากหลายและทันสมัย สำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจเรียนรู้เรื่องศิลปวัฒนธรรมล้านนา อาจารย์วิถีเป็นแรงบันดาลใจที่ดีในการเห็นคุณค่าและนำความรู้สู่การปฏิบัติจริง ให้ความสำคัญกับการลงมือสัมผัสและทดลอง เพื่อสร้างผลงานที่มีชีวิตและส่งต่อคุณค่าทางวัฒนธรรมสู่คนยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง