Automatically translated.View original post

📌 "Cheese Day" is not a drop-off day, but "a relaxing day, giving the body a break."

📌 "Cheese Day" is not a drop-off day.

But "a relaxing day, give the body a rest."

Many people are afraid of Cheese Day.

... because thinking, "Eat and be fat."

But really, a well-planned Cheese Day has more advantages than I thought!!

✅ 1. Reduce physical and mental stress.

A prolonged diet causes higher stress hormone (cortisol).

But when we "eat what we want," the brain secretes the substance of happiness.

It keeps the metabolism from slowing down and from feeling too depressed by diet.

✅ 2. Stimulate Metabolism Boost

When the body temporarily gets more energy,

Will make the metabolic system fully operational again.

It's like "resetting the power" to get the body back fresh.

✅ 3. Helps to make food control more sustainable.

Because losing weight is not torture, but "life balance."

There are days of rest, dark days, not too tired.

📌 Remember:

"Health care is not perfect.

But... balancing the body and the heart to walk together happily. "

# tidbits # Healthy # Food to be polite # Lose blood lipids # Mother Pui Groove 11 easily

2025/10/12 Edited to

... Read moreถ้าเพิ่งเริ่มคุมอาหาร อาจสงสัยว่า “วันชีสเดย์คืออะไร” กันแน่ ในมุมของเรามันไม่ใช่วันปล่อยตัวกินไม่ยั้ง แต่คือวันพัก (Cheese Day) ที่ตั้งใจ “เพิ่มความยืดหยุ่น” ให้แผนการกิน เพื่อให้ทำได้ยาว ๆ แบบไม่กดดันจนพังทั้งระบบ ชีสเดย์ต่างจาก “วันหลุด” ยังไง? - ชีสเดย์: เลือกกินของที่อยากกินได้ แต่ยังมีกรอบ เช่น เลือกมื้อ/ช่วงเวลา ปริมาณ และยังให้ความสำคัญกับโปรตีน-ผัก-น้ำ - วันหลุด: มักไม่มีแผน กินตามอารมณ์ทั้งวัน จบด้วยแน่นท้อง โทษตัวเอง แล้วกลับไปคุมแบบโหดกว่าเดิม ทำชีสเดย์ยังไงไม่ให้อ้วน (ทริคที่เราใช้จริง) 1) เลือก “1 มื้อ” ก่อน ไม่จำเป็นต้องทั้งวัน สำหรับเราเริ่มจากมื้อเดียวเวิร์กสุด เช่น มื้อเย็นวันเสาร์ แล้วมื้ออื่นยังคุมปกติ 2) ตั้งเป้าว่า “อิ่มพอดี ไม่อัดจนแน่น” ก่อนกินลองให้คะแนนความหิว 1–10 ถ้าหิวแค่ 5–6 เราจะกินช้าลงและหยุดตอนอิ่ม 7–8 เพื่อไม่ให้เกินแบบไม่รู้ตัว 3) ยึดโปรตีนและผักเป็นฐาน แล้วค่อยเติมของโปรด อย่างวันไหนอยากกินยำวุ้นเส้น/ยำมาม่ารสจัด เราจะเพิ่มโปรตีน (เช่น หมูยอ ไก่ กุ้ง ไข่ต้ม) และเติมผักเยอะ ๆ อย่างหอมใหญ่ มะเขือเทศ ผักชีฝรั่ง พริก เพื่อให้อิ่มนานขึ้น และลดโอกาสอยากของหวานต่อ 4) ระวัง “แคลอรีแฝง” ที่ทำให้ชีสเดย์พัง เครื่องดื่มหวาน ชานม กาแฟน้ำตาล ขนมกรุบกรอบ หรือของทอด มักทำให้เกินง่ายกว่าของคาว 1 จาน ถ้าอยากจริง ๆ เราเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่เก็บครบเซ็ต 5) วันถัดไปกลับสู่แผนปกติ ห้ามลงโทษตัวเอง ไม่ต้องอด ไม่ต้องเพิ่มคาร์ดิโอแบบหักโหม แค่กลับมากินตามปกติ ดื่มน้ำเยอะ ๆ นอนให้พอ แล้วร่างกายจะค่อย ๆ รีเซ็ต ความถี่ชีสเดย์ที่เหมาะ (แบบทั่วไป) - มือใหม่/คุมอาหารหนักมาก: ทุก 1–2 สัปดาห์ 1 มื้อ - คนที่คุมได้สบายและสม่ำเสมอ: สัปดาห์ละ 1 มื้อ แต่สุดท้ายดูจากผลลัพธ์และความเครียดของตัวเองเป็นหลัก ถ้าทำแล้วคุมน้ำหนักไม่ได้ ให้ลดความถี่หรือปรับให้เป็น “ชีสมื้อเล็ก” แทน สรุปของเรา: ชีสเดย์คือเครื่องมือให้การลดน้ำหนัก/ดูแลสุขภาพไปได้ไกลขึ้น ไม่ใช่ข้ออ้างให้หลุด และถ้าวางแผนดี ๆ ทั้งใจและร่างกายจะเบาขึ้นจริง ๆ