Automatically translated.View original post

Give out kidney disease food ideas ~ chicken quack ~

4/27 Edited to

... Read moreใครกำลังหา “เมนูอาหารคนป่วยโรคไต” ที่ยังอร่อยและทำง่ายที่บ้าน เมนูต้มข่าไก่ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีมาก เพราะเราได้กลิ่นสมุนไพรช่วยชูรส โดยไม่ต้องพึ่งความเค็มจัด (ซึ่งมักมีโซเดียมสูง) ฉันชอบทำสูตรนี้วันที่อยากได้อะไรร้อนๆ ซดคล่องคอ และยังปรับวัตถุดิบให้เหมาะกับผู้ป่วยไตได้ด้วย สิ่งที่ฉันโฟกัสเป็นพิเศษคือ “ความเค็ม” และ “การเลือกโปรตีน” ค่ะ ปกติจะใช้อกไก่เพราะไขมันน้อย และคุมปริมาณได้ง่าย (ถ้าแพทย์/นักกำหนดอาหารแนะนำให้จำกัดโปรตีน ก็ลดปริมาณอกไก่ลงได้) ส่วนความอร่อยให้พึ่งข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอมแดง และมะนาวแทน เกิดรสเปรี้ยวหอมแบบต้มข่าโดยไม่ต้องใส่น้ำปลาหนักมือ ทริคที่ทำให้รสนัวแต่ไม่เลี่ยน: ฉันเคยลองใช้ “กะทิธัญพืช” แทนกะทิมะพร้าวตามภาพในสูตร รู้สึกว่าเบากว่า แต่ยังให้ความข้นมันพอดี ใส่ทีหลังตอนน้ำซุปเดือดอ่อนๆ จะไม่แยกชั้นง่าย จากนั้นค่อยปรุงรสแบบโซเดียมต่ำ เช่น ซอส/เครื่องปรุงโซเดียมต่ำทีละนิด แล้วชิมก่อนเสมอ ถ้าต้องการกลมกล่อมเพิ่ม ให้ใช้ความหอมของสมุนไพร + บีบมะนาวตอนท้าย จะช่วยดึงรสโดยไม่ต้องเพิ่มเค็ม เรื่องผัก: กะหล่ำปลีเป็นผักที่เข้ากับต้มข่ามาก กรอบหวาน ช่วยเพิ่มปริมาณจานให้อิ่มขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มเนื้อสัตว์เยอะ ใส่ช่วงท้ายๆ จะได้ไม่เละ และก่อนเสิร์ฟโรยผักชีเพิ่มความหอมสด (ใครชอบเผ็ดสามารถใส่พริกทอดเล็กน้อยให้มีรส แต่ระวังความเค็มจากพริกปรุงรสสำเร็จรูปนะคะ) แนวทางจัดจานให้เหมาะกับผู้ป่วยไต (แบบที่ฉันใช้เป็นหลัก): - ทำรส “จืดกำลังดี” แล้วค่อยเพิ่มกลิ่นสมุนไพรแทนการเพิ่มเกลือ/น้ำปลา - เลือกโปรตีนชิ้นไม่ใหญ่ และชั่ง/กะปริมาณตามระยะโรคไตที่คุณหมอกำหนด - ถ้าต้องจำกัดโพแทสเซียมหรือฟอสฟอรัส แนะนำเช็กกับนักกำหนดอาหารอีกครั้งว่าในวันนั้นควรเลือกผัก/ปริมาณแบบไหน เมนูต้มข่าไก่สูตรนี้เหมาะมากเวลาคิดไม่ออกว่าจะทำเมนูอาหารคนป่วยโรคไตอะไรดี ได้ทั้งซุปสมุนไพรหอมๆ และความอิ่มแบบสบายท้อง ลองทำแล้วปรับรสให้เข้ากับข้อจำกัดของตัวเองได้เลยค่ะ