🥀Well, fine...It's bad...Which chapter do you see?...🥀 that is
🌹 good...It's bad 🌹
🌷 what chapter do you see...🌷
🍂 that's the role you played with us first. 🍂🥀🥀
🥰 good, come back.
🤨 bad, not cheating
# Leave to think # Think before you speak # Quote # Cool captions
ประโยค “ดีได้ก็ร้ายเป็น” สำหรับฉันไม่ใช่การชวนให้ไปเอาคืนแบบดุเดือดนะ แต่มันคือการ “ตั้งขอบเขต” ให้คนอื่นรู้ว่าเราไม่จำเป็นต้องเป็นฝ่ายยอมตลอดเวลา บางช่วงเราดีมาก็ดีกลับได้เต็มที่ แต่ถ้าเจอความไม่ให้เกียรติ เราก็เลือกถอย เลือกเงียบ หรือเลือกตอบกลับอย่างจริงจังได้เหมือนกัน สิ่งที่ชอบที่สุดคือประโยคต่อว่า “บทไหนที่คุณเห็น…นั่นคือบทที่คุณเล่นกับเราก่อน” เพราะมันทำให้เรากลับมาทบทวนว่า ภาพที่คนอื่นเห็นเราในวันนี้ อาจไม่ได้เกิดจากนิสัยเราล้วนๆ แต่อาจเป็นผลจากประสบการณ์ที่เจอมา เช่น เคยใจดีมากแล้วถูกมองว่าอ่อน ถูกใช้งานเกินขอบเขต หรือโดนพูดจาไม่ให้เกียรติซ้ำๆ จนสุดท้ายเราต้องเปลี่ยนวิธีวางตัว ถ้าจะใช้แนวคิดนี้ให้ “ดีแบบไม่พังตัวเอง” ฉันลองทำ 3 ข้อแล้วเวิร์ก: 1) ดีแบบมีเงื่อนไขที่ชัดเจน: ช่วยได้แค่ไหนบอกให้ตรง เช่น “ช่วยได้ถึงกี่โมง” หรือ “ครั้งนี้ได้ แต่ครั้งหน้าขอแจ้งล่วงหน้า” 2) ร้ายแบบไม่โกง = ไม่ทำร้าย แต่ไม่ยอม: เวลาถูกล้ำเส้น ฉันเลือกพูดสั้นๆ ชัดๆ เช่น “ไม่สะดวก” “ไม่โอเคกับคำพูดนี้” หรือ “ขอให้คุยกันด้วยความเคารพ” 3) ดูการกระทำมากกว่าคำพูด: คนที่ให้เกียรติจริงจะปรับตัวเมื่อเราบอกขอบเขต แต่คนที่เอาแต่ได้จะหงุดหงิดและโทษเรา อีกอย่างที่ช่วยให้ใจเย็นขึ้นคือการมี “มุมพัก” ของตัวเอง จะเป็นการนั่งจิบเครื่องดื่มสีเขียวอ่อนๆ ในแก้วใสพร้อมหลอดสีแดงบนโต๊ะไม้ หรือแค่หาเวลาสงบๆ ก็ได้ พอใจเรานิ่ง เราจะรู้เลยว่าเราควร “ดี” กับใคร และควร “ร้ายเป็น” แค่ไหนถึงพอดี สุดท้าย ถ้าจะให้เป็นคำคมฝากไว้ให้คิด: ดีได้คือความเมตตา ร้ายเป็นคือการปกป้องตัวเอง ทำทั้งสองอย่างได้พร้อมกัน โดยไม่ต้องเสียความเป็นเรา
