ไม่ทันแล้วค่าาา
ถ้าใครเจอเคส “เพิ่งเตือนหรือ??” แบบเรา (แจ้งเตือนจาก ปภ. มาทีหลังหรือมาช่วงที่ฝนลงหนักแล้ว) อย่าเพิ่งเสียเวลาโทษระบบนะคะ ให้ทำตามลำดับนี้ก่อนเพื่อเซฟบ้านและของสำคัญที่สุด 1) เช็กสถานการณ์ให้ชัด (5 นาทีแรกสำคัญมาก) - ดูข้อความแจ้งเตือนให้ครบ: มักจะบอกว่า “ระดับน้ำในคลองอยู่ในระดับวิกฤต” และ “มีแนวโน้มสูงขึ้น” ถ้าบ้านอยู่ริมคลอง/ที่ลุ่มต่ำ ให้คิดว่าเสี่ยงจริง - เปิดแผนที่ดูเส้นทางรอบบ้าน: หลีกเลี่ยงจุดต่ำ ใต้สะพาน ถนนที่เคยท่วมซ้ำๆ โดยเฉพาะโซนกรุงเทพฯ ฝั่งที่ติดคลองหลายสายอย่างแถบนวมินทร์ 2) ยกของขึ้นที่สูงแบบเร็วและไม่ลน เราใช้หลัก “ของแพงก่อน-ของเสียหายง่ายก่อน” - เอกสารสำคัญ/พาสปอร์ต/โฉนด: ใส่ซองกันน้ำหรือถุงซิปล็อก 2 ชั้น - อุปกรณ์ไฟฟ้า: ปลั๊กพ่วง เราเก็บขึ้นชั้นบน/ชั้นวางสูงทันที - รถ/มอเตอร์ไซค์: ถ้ายังมีเวลา ขยับไปที่สูงหรืออาคารจอดรถที่มีชั้น (อย่าฝืนลุยน้ำลึก) 3) ตัดความเสี่ยงเรื่องไฟฟ้า - ถ้าน้ำเริ่มเข้าบ้าน ให้ย้ายปลั๊กและเครื่องใช้ไฟฟ้าออกจากพื้น - ถ้าน้ำเริ่มสูงผิดปกติจริงๆ ให้พิจารณาปิดเบรกเกอร์โซนล่าง (ถ้าทำได้อย่างปลอดภัย) เพราะไฟรั่วอันตรายมาก 4) วางแผนการเดินทาง/เลี่ยงรถติด ในแจ้งเตือนมักจะมีคำว่า “หลีกเลี่ยงการจราจร ตรวจสอบการเดินทาง” เราทำแบบนี้ - เลือกออกก่อนน้ำขึ้น หรือชะลอออกถ้าเห็นว่าถนนหน้าบ้านเริ่มขัง - เตรียมเส้นทางสำรอง 2 เส้น (แอปแผนที่ช่วยได้) และหลีกเลี่ยงถนนเลียบคลอง 5) ขอความช่วยเหลือให้ถูกที่ ถ้าต้องการความช่วยเหลือ ให้ติดต่อ “สำนักงานเขตในพื้นที่” ตามที่แจ้งเตือนระบุไว้ จะเร็วกว่าโพสต์ถามกระจายค่ะ และถ้าอยู่คอนโด/หมู่บ้านจัดสรร ให้แจ้งนิติ/รปภ. เพื่อช่วยประสานงานและดูจุดระบายน้ำ 6) ชุดเอาตัวรอดเล็กๆ ที่ควรเตรียมไว้ (ทำได้ใน 10 นาที) - น้ำดื่ม อาหารแห้ง ยาประจำตัว - พาวเวอร์แบงก์ สายชาร์จ ไฟฉาย - ถุงขยะ/ถุงซิปล็อก (กันน้ำและแยกของ) - รองเท้ายาง/รองเท้าที่ไม่กลัวเปียก ส่วนตัวรู้สึกว่าการ “เตือนภัย” บางทีมาไม่ทันใจจริง แต่ถ้าเราเซ็ตลิสต์ไว้ พอเห็นแจ้งเตือนปุ๊บก็ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย อย่างน้อยช่วยลดความเสียหายและทำให้เราตัดสินใจเร็วขึ้นค่ะ






