From iPhone 12 pro to iPhone 17 pro.
- The screen is flowing very well.
- Batshit lasts all day (general use, not playing games)
- Nice camera. Sharp.
- Personally, I haven't had a downside yet. I like it.
หลังย้ายจาก iPhone 12 Pro มาเป็น iPhone 17 Pro/Pro Max สิ่งที่รู้สึกชัดที่สุดคือ “จอไหลลื่น” แบบเห็นได้ทันทีเวลาไถฟีด/สลับแอป และ “แบตอึด” กว่าที่คิด—ในวันทำงานที่ใช้งานทั่วไป (แชต โซเชียล ถ่ายรูป เปิดแมพบ้าง) อยู่ได้ทั้งวันแบบไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงก์ตลอดเหมือนเมื่อก่อน ส่วนกล้องก็ยังเป็นจุดที่ประทับใจ ถ่ายแล้วคม รายละเอียดชัด ถ่ายเซลฟี่ในลิฟต์/แสงนีออนก็ยังได้โทนผิวสวยขึ้น สำหรับคนที่กำลังลังเลเรื่อง “iPhone 17 Pro Max สีขาว” กับ “สีเงิน (Silver)” จากที่ลองดูเครื่องจริง/ดูภาพรีวิวเยอะ ๆ ความต่างคือโทนและการดูแลรอยนิ้วมือ: สีขาวจะให้ฟีลคลีน มินิมอล ถ่ายรูปคู่กับเคสใสแล้วดูสว่างละมุน ส่วนสีเงินจะดูหรูขึ้นนิด ๆ และเข้ากับอุปกรณ์สีโทนเมทัลได้ง่าย ถ้าชอบแต่งเครื่องด้วยเคส/สติ๊กเกอร์บ่อย ๆ สีขาวจะ “รับสี” ได้กว้างมาก ติดลายอะไรก็เด่น แต่ถ้าชอบความเรียบแพง สายออฟฟิศ สีเงินคือทางที่ปลอดภัย เรื่อง “iphone 17 pro stickers” อันนี้เป็นอีกอย่างที่สนุกมากหลังเปลี่ยนเครื่อง เพราะทำให้มือถือดูไม่จำเจและช่วยแยกเครื่องเราออกจากคนอื่นได้ด้วย ทิปส่วนตัวคือ - เลือกสติ๊กเกอร์แบบบาง/ด้าน จะดูเนียนและไม่ทำให้เคสปิดยาก - ถ้าใช้เคสใส แนะนำเลือกสติ๊กเกอร์โทนขาว-เงิน-ดำ จะเข้ากับ Pro Max สีขาว/เงินที่สุด ดูคลีนแต่มีดีเทล - ติดแบบเว้นตำแหน่งโลโก้หรือจัดวางไม่ให้ชนโมดูลกล้อง จะดูโปรกว่า (และไม่เสี่ยงขอบสติ๊กเกอร์ยก) สุดท้าย ถ้าคุณมาจากรุ่นใกล้เคียงอย่าง iPhone 12 Pro แล้วกำลังชั่งใจ บอกเลยว่าอัปเกรดแล้วได้ความรู้สึก “ใช้งานลื่นขึ้น + แบตสบายขึ้น + กล้องไว้ใจได้” ชัดเจนมาก โดยเฉพาะสายถ่ายรูปและคนที่อยู่ข้างนอกทั้งวัน ถ้าเลือกสีได้แล้วค่อยไปสนุกกับการแต่งด้วย stickers รับรองว่าฟีลเครื่องใหม่เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว
