การใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อการรู้แจ้ง

บทสนทนาแม่ลูก เช้านี้ ลูกชายเข้ามาหา แม่ขออนุญาตให้ลูกฟังถึงการเชื่อมโยงทางโลกทั้งทางธรรม

เด็กรุ่นใหม่ มองว่าการรดนำ้ต้นไม้ กวาดใบไม้เสียเวลา

แค่ในมุมของแม่ แม่่ได้การรู้แจ้ง

แม่ แชร์ว่าหากเราจะรู้แจ้งอะไรสักเรื่อง มี3ข้อ

รู้จัก รู้จริง รู้แจ้ง หากแค่รู้จัก แค่ผิว หากรู้แจ้ง คือประสบการณ์ ที่สามารถ บอกถึงการมีที่มาที่ไปแล้วได้อะไร

ในโลกของเรา มีฝ้ายมาร และ ฝ่ายธรรม หรือฝ่ายขาว ฝ่ายมาร จะดึง ผู้คนไปในทางตำ่ เหล่ามาร5 ฝูงมีมารตัวใหญ่เป็นแม่ทัพ

มันเป็นศัตรู ของมวลมนุษย์ ที่หากใครเข้าไปหลง จะทำให้ ครอบครัวสั่นคลอน รวมทั้งบ้านเมือง และโลกของเรา

หากเรา อยู่กับธรรมชาติ เราจะพบธรรมมะ จะทำให้เราใจเย็น ด้วยการรู้สึก กตัญญู ขอบคุณ ตั้งแต่ ดิน นำ้ใสไฟลม และสิ่งที่มี ทำให้เราฝึกความละเอียดของจิต

ขัดเกลา กิเลสให้บางลง คือ การที่เรามีสมาธิ และทำเพราะรัก และขอบคุณ ธรรมชาติ คือฝ่ายขาว ไม่มีกิเลสที่คอยควบคุมเรา

สันติสุขภายใน ที่เราตามหา คืออริยะทรัพย์ อันแท้จริง

หากเราเจอ แล้ว เราจะเป็นแสงสว่างให้บ้านร่มเย็น คนในบ้านร่มเย็น เป็นที่พึ่งตนเองและผู้อื่นได้

🌎โลกวุ่นวาย เพราะเหล่ามาร เยอะมากมาย ที่ทำให้ คนไม่รู้ โดยฉเพราะเด็ก รุ่นใหม่ ที่อยู่แต่หน้าคอม หน้ามือถือ และแยกแยะไม่ออก

คือความฟุ้ง และ คนที่ไม่เท่าทัน จะดึงคนเหล่านั้นออก จาก ความสงบภายใน

หากเรารู้แจ้ง เข้าใจเรื่องนี้

บวกกับศึกษาธรรมมะ อิริยสัจ4 ควบคู่กัน

คือการ ป้องกัน เหมือนทำประกัน ชั้น vip

ที่มาร ไม่สามารถแทรกแซงเราได้

การใช้ชีวิต เราจะใช้ปัญญานำ มากกว่ามารดึงเราออก ไปใช้ชีวิต ที่ทำให้เราหลงทาง

พอลูกฟัง แม่ถามว่าเข้าใจ ไหม๊

ลูก บอกว่าเข้าใจ ส่วนแม่ยิ้ม รับด้วยความสุขใจ

P U S I T A boutique gallery

“วิถีชีวิตเพื่อการขอบคุณ กตัญญู”

#ใส่ชุดเพื่อขอบคุณตัวเอง#ตัดชุดเพื่อเป็นรางวัลความสำเร็จ # ใส่ชุดเสริมความสำเร็จ # เครื่องดื่มยามเช้า เพื่อขอบคุณตัวเอง #วิถีชีวิตบวชจิต#ธุดงในงาน

1/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ที่ผ่านมาผมพบว่าการใช้ชีวิตแบบรู้แจ้งนั้นไม่ได้หมายความว่าเราต้องไกลตัวจากโลกสมัยใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการผสมผสานปัญญาและความเข้าใจธรรมชาติอย่างลึกซึ้งเข้ากับชีวิตประจำวันที่เราพบเจอได้จริง ผมสังเกตเห็นว่าในยุคดิจิทัล เด็กรุ่นใหม่มักจะถูกดึงดูดด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยีจนหลงใหลจนลืมเชื่อมต่อกับธรรมชาติและความสงบภายในใจเหมือนกับที่แม่ในบทความได้เล่าไว้ การใช้เวลารดน้ำต้นไม้หรือกวาดใบไม้ อาจมองว่าฟุ่มเฟือย แต่จริงๆ แล้วกิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ฝึกฝนสมาธิและฝึกสติให้กับตัวเอง ซึ่งเป็นการสร้างพลังงานฝ่ายธรรมะซึ่งช่วยขัดเกลากิเลสและป้องกันความฟุ้งซ่านจากสิ่งรอบตัว อีกทั้ง การเข้าใจคำว่า “รู้จัก รู้จริง รู้แจ้ง” นั้น สำหรับผมถือว่าเป็นเส้นทางสำคัญในการฝึกตนเอง นั่นคือไม่ใช่แค่รู้ผิวเผิน แต่ต้องสั่งสมประสบการณ์และลงลึกถึงเหตุปัจจัยอย่างแท้จริง แล้วสิ่งนั้นจะนำพาเราไปสู่ความสงบที่แท้จริงในใจ นอกจากนี้ ผมยังเชื่อว่าการปลูกฝังกตัญญูและความขอบคุณต่อธรรมชาติ ดิน น้ำ ใบไม้และสิ่งรอบตัวเป็นการสร้างฐานจิตใจที่มั่นคง ช่วยให้เรายืนหยัดเมื่อเจอปัญหาในชีวิตประจำวัน สิ่งที่ผมได้เรียนรู้เพิ่มเติมคือ การต่อสู้กับอิทธิพลจากฝ่ายมารหรือสิ่งล่อใจในโลกยุคนี้ ต้องการความมีสติและการศึกษาธรรมมะควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะหลักอริยสัจ 4 ที่เป็นเหมือนคำตอบของการแก้ไขทุกข์ในใจ ทำให้เราไม่ถูกดึงไปหลงทางในโลกวุ่นวายนี้ ท้ายที่สุด การสร้างแสงสว่างให้ครอบครัวและเป็นที่พึ่งพาตนเองได้ เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ และเมื่อเรายึดมั่นในวิถีชีวิตแบบนี้ ผมเชื่อว่าจะทำให้บ้านเราร่มเย็น และเต็มไปด้วยความสงบสุขภายในใจจริงๆ