5 สายเรือระดับโลก

3/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าเพิ่งเข้าวงการโลจิสติกส์หรือเริ่มทำงานนำเข้า–ส่งออก คำถามที่เจอบ่อยมากคือ “Maersk อ่านว่าอะไร” เพราะเห็นในเอกสารจองเรือ/ใบเสนอราคาแทบทุกวัน แต่ไม่มั่นใจเวลาเรียกชื่อกับทีม เซลส์ หรือหน้าท่าเรือ ส่วนตัวเวลาใช้จริง ๆ คนไทยในสายงานมักอ่านว่า “เมิร์สก์” (เน้นเสียงคล้าย เมิร์ส) ซึ่งเป็นรูปแบบที่สื่อสารกันรู้เรื่องสุดในที่ทำงาน ส่วนถ้าจะให้ออกเสียงใกล้เจ้าของภาษาเดนมาร์ก/สากล จะออกแนว “แมร์สก์/เมิสก์” (เสียงสั้น ๆ และลงท้ายด้วยก์เบา ๆ) เคล็ดลับของฉันคือ: แค่พูดให้ชัดว่า “เมิร์สก์ (Maersk)” คู่กันครั้งแรก คนฟังจะจับได้ทันทีว่าหมายถึงสายเรือไหน แล้วทำไมชื่อ Maersk ถึงถูกค้นหาเยอะ? เพราะเป็นแบรนด์สายเรือระดับโลกที่ไม่ได้มีแค่ขนส่งทางเรือ แต่มีโซลูชันครบทั้ง Ocean, Air และ Warehouse ทำให้เวลาเราทำงานกับลูกค้า จะเห็นคำว่า Maersk โผล่ในหลายบริการ ถ้าอ่านชื่อถูกแล้ว ขั้นต่อไปคือเลือก “สายเรือที่คนเลือกใช้” ให้เหมาะกับงานของเรา (โดยเฉพาะลูกค้าที่ส่ง FCL ปริมาณเยอะ) 1) MSC (สวิตเซอร์แลนด์) จุดเด่นคือกองเรือใหญ่มาก ครอบคลุมแทบทุกทริป เหมาะกับงานที่ต้องการเครือข่ายกว้าง ๆ และต้องการตัวเลือกไฟลต์/รอบเรือเยอะ 2) Maersk (เดนมาร์ก) เด่นเรื่องบริการครบวงจร ตั้งแต่ขนส่งทางเรือไปจนถึงต่อเครื่องบินและคลังสินค้า เหมาะกับคนที่อยากจบงานในเจ้าเดียว ลดการประสานงานหลายฝ่าย 3) CMA CGM (ฝรั่งเศส) เครือข่ายยุโรปและแอฟริกาแข็งแรงมาก และมี Air Cargo ของตัวเอง ถ้างานเกี่ยวข้องโซนยุโรป/แอฟริกา ลองเทียบเรทและทรานซิตไทม์ดู 4) COSCO (จีน) จุดแข็งคือเส้นทางเอเชีย–ยุโรป และมีบทบาทกับโครงการ Belt & Road ทำให้บางเส้นทางอาจมีตัวเลือกและความถี่ที่น่าสนใจ 5) Hapag-Lloyd (เยอรมนี) เหมาะกับคนที่เน้นความเสถียรและมาตรฐานสูง ๆ โดยเฉพาะงานที่ต้องการความแน่นอนของกระบวนการ ทิปเล็ก ๆ จากประสบการณ์: เวลาจะเลือกสายเรือ อย่าดูแค่ราคา ให้เช็ก 3 อย่างคู่กันคือ “รอบเรือ/ความถี่”, “ทรานซิตไทม์”, และ “ความน่าเชื่อถือเรื่องตู้-เอกสาร” เพราะสุดท้ายต้นทุนจริงมักเกิดจากดีเลย์มากกว่าส่วนต่างค่าเฟรท สรุปคือ Maersk อ่านแบบที่ใช้คุยงานได้ง่ายสุดคือ “เมิร์สก์” และถ้าจำ 5 ชื่อหลัก ๆ นี้ได้ (MSC, Maersk, CMA CGM, COSCO, Hapag-Lloyd) จะอ่านใบเสนอราคาและคุยกับชิปปิ้ง/ฟอร์เวิร์ดเดอร์ได้คล่องขึ้นเยอะ