3 สิ่งที่คิดได้ เมื่อทำงานมา 5 ปี 🔖

1. Be Positive ✨

จงใช้พลังบวกขับเคลื่อนชีวิต - แค่เชื่อว่ามันจะดี เชื่อว่าเป็นไปได้ โอกาสที่จะเป็นไปได้จริงๆ ก็ครึ่งนึงแล้ว!

เราเคยได้รับมอบหมายให้ทำโปรเจคที่ไม่มีใครอยากทำ เพราะรู้ว่ามัน tough หนทางยากลำบากมากมาย แต่ลึกๆเราเชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ในยุคของเรา ถึงแม้จะต้องออกแรงมากหน่อย แต่เอาวะ! เจอปัญหาก็แก้กันไป ไม่มีอะไรเลวร้ายไปตลอด และที่สำคัญ การส่งพลังบวกให้คนรอบข้าง เพื่อนร่วมงาน ทำให้รอบตัวเราเต็มไปด้วยอากาศดีๆ ชีวิตการทำงานจะมีความสุขขึ้น 200% เลยทีเดียว

2. Give more than you take 🙏🏻

เป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ - ทั้งให้อภัย ให้โอกาส และให้ความเข้าใจ (empathy)

โลกการทำงานเหวี่ยงเราให้มาเจอกับคนที่เราไม่ได้เลือก บอกเลยว่าร้อยพ่อพันแม่ 5555 และทุกคนมีประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน จึงทำให้ทุกคนต่างกัน ถ้าเราเข้าใจข้อนี้ได้ เราจะให้อภัยเค้าได้ ทั้งๆที่เค้าไม่ได้ร้องขอ และเข้าใจเค้าได้อย่างที่เข้าไปนั่งตรงกลางใจเค้าจริงๆ และการให้โอกาสในยามที่เค้าลำบาก ทั้งหมดนี้ ทำยากมากๆ ขอบอกว่ายากมากๆ โดยเฉพาะเวลาที่เรากำลังโกรธ! กำลังไม่เข้าใจว่าเค้าโตมายังไงวะ 5555 นั่นแหละ อย่าไปพยายามหาที่มา อย่าพยายามจะ take อะไรจากเค้า คิดแค่มุมเราก็พอ ว่าเราจะให้อะไรเค้าบ้าง ใจจะเบาลงเย้อะ!

3. Keep Passion Bloom 🌸

รักษาความหลงใหลให้ผลิบานอยู่เสมอ

พอเริ่มทำงานไปซักพัก เข้าลูปวน เราจะเริ่มตอบสนองกับงานแบบไม่ผ่านหัวใจ โดยนานเข้าอาจไม่ผ่านสมอง 5555 เหมือนเราให้งาน มาผ่านร่างกายเราไปเฉยๆ โดยที่แลกกับเงินเดือนเป็นค่าเช่าที่ อย่างไรก็ตาม อย่าให้เป็นแบบนั้นนานนะ! อย่าลืมว่าเราทำไปทำไม อดทนไปทำไม สู้เพื่ออะไร ให้ passion เป็นแสงอาทิตย์ที่ส่องมาเมื่อใดก็ทำให้เราใจเต้นและเบ่งบานเสมอ อย่าทิ้งมันไปเด็ดขาดนะ

#ข้อคิดการใช้ชีวิต #ข้อคิดในวัย30

2025/8/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังจากทำงานมาเป็นเวลา 5 ปี หลายคนมักพบว่าการมีทัศนคติที่ดีและมุมมองเชิงบวกเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิตและอาชีพให้ก้าวหน้าไปอย่างมั่นคง ในปัจจุบัน โลกการทำงานมีการแข่งขันสูงและความท้าทายมากมายที่ต้องเผชิญ โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับโปรเจคที่มีความยากลำบากและต้องผ่านอุปสรรคต่างๆ การใช้พลังบวก ความเชื่อมั่นในความสำเร็จ และการส่งต่อพลังบวกให้กับเพื่อนร่วมงานจะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างมาก นอกจากนี้ การเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับยังเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงาน การให้อภัยและการเข้าใจผู้อื่นในยามที่เขาประสบปัญหา ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงและลดแรงกดดันต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น การฝึกฝนความเห็นอกเห็นใจ (empathy) จะช่วยให้เข้าใจและเคารพความแตกต่างของเพื่อนร่วมงาน ซึ่งจะทำให้การทำงานร่วมกันราบรื่นและมีประสิทธิ์ภาพมากขึ้น ความหลงใหลในงาน คือ แรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เราไม่เหนื่อยล้าและหมดแรง แม้ว่างานจะซ้ำซ้อนหรือต้องทำอย่างต่อเนื่องก็ตาม การรักษาความหลงใหลในงานช่วยให้เรามีแรงจูงใจและรู้สึกมีคุณค่าต่อสิ่งที่ทำ การตระหนักถึงจุดหมายและเหตุผลที่ทำงาน ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราเอาชนะความท้อแท้ได้เท่านั้น แต่ยังช่วยเติมเต็มความสุขและความสำเร็จในชีวิตการทำงานอีกด้วย การฝึกฝนแนวคิดเชิงบวกนี้ควรเริ่มตั้งแต่วันนี้ และพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เพื่อชีวิตการทำงานที่มีความสุข มีความหมาย และเต็มไปด้วยความสำเร็จในทุกก้าวของเส้นทางอาชีพ