Automatically translated.View original post

New Era Seller Mindset

The New Era Seller's Mindset. Don't reconcile. Don't reconcile.

Not running after customers like before, but...

Is to create value for customers.

Until he wants to approach himself 👇

---

🧠 Mindset, New Era Seller

1.Change from "selling" → to "giving value"

/ / Instead of pleading for customers to buy →, turn to new information, knowledge, or ideas that make customers "benefit before buying."

...Example: Share Trick Healthcare, Tell Insight That Customer Doesn't Know → He Will Feel "Just Follow It's Profitable"

2. Change from "crammed" → to "counselor."

Not just selling things, but helping customers decide what really suits them.

...When he feels that we sincerely + understand the problem, he → the purchase will be spontaneous.

3. Change from "talk a lot" → "listen a lot."

/ / This day, customers don't want to hear ads, they want people to listen to their problems.

...A good sounding salesman = easy to find a solution

4. Change from "price race" → "value race"

/ / Every product has only "the value that the customer gets from us," such as attention, after-sales service, or special feelings → makes him pay.

5. Change from "long time customer" → to "long time relationship"

/ / New Era Sellers Look at Customers Like "Pathmates," Not Just Once, Finish

: When the relationship is strong, the customer will resume the purchase + continue the recommendation.

---

✨ simple summary:

Stop reconciling → create value → Customers will come to us themselves. 💡# creatorsearchinsights # Brand, Thailand # Brand # creatorsearchinsights # 1000 razones

2025/8/31 Edited to

... Read moreถ้าถามว่า “อยากให้ลูกค้ามองเราเป็นคนแบบไหน—เพื่อน/ที่ปรึกษา/ญาติ/เซลล์ เพราะอะไร” สำหรับฉันคำตอบที่เวิร์กที่สุดคือ “ที่ปรึกษาที่เป็นมิตรเหมือนเพื่อน” ค่ะ เพราะเวลาลูกค้ามองเราแบบนี้ เขาจะรู้สึกปลอดภัยที่จะเล่าปัญหา และการขายจะไม่ต้องพึ่งการตื๊อเลย (แถมลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำง่ายกว่า) เหตุผลที่ไม่อยากให้ลูกค้ามองเป็น “เซลล์” อย่างเดียว ไม่ใช่เพราะอาชีพเซลล์ไม่ดีนะคะ แต่เพราะภาพจำของคำว่าเซลล์ในหัวหลายคนคือ “ต้องปิดการขายให้ได้” ลูกค้าจะตั้งการ์ดทันที พอเขาตั้งการ์ด เราก็จะยิ่งต้องพูดเยอะ ยิ่งต้องลดราคา สุดท้ายเหนื่อยทั้งสองฝ่าย วิธีเปลี่ยนภาพจำให้ลูกค้ามองเราเป็น “เพื่อน/ที่ปรึกษา” แบบนักขายยุคใหม่ (ลองทำทีละข้อได้เลย) 1) ตั้งบทบาทให้ชัดตั้งแต่ต้น เวลาลูกค้าทักมา ฉันจะเปิดด้วยประโยคแนว ๆ ว่า “ขอถามนิดนึงนะคะ ตอนนี้คุณกำลังเจอปัญหาอะไรอยู่/อยากได้ผลลัพธ์แบบไหน” ประโยคนี้เปลี่ยนเกมมาก เพราะมันพาลูกค้าออกจากโหมดซื้อ-ขาย ไปสู่โหมดแก้ปัญหา 2) ถามคำถาม 3 ชั้น (ปัญหา-สาเหตุ-เป้าหมาย) - ปัญหา: ตอนนี้ติดตรงไหน? - สาเหตุ: เคยลองทำอะไรแล้วไม่ได้ผล? - เป้าหมาย: ถ้าแก้ได้ อยากให้ชีวิตดีขึ้นแบบไหน? พอลูกค้ารู้สึกว่าเรา “ฟังจริง” เขาจะเริ่มมองเราเป็นที่ปรึกษาอัตโนมัติ 3) ให้คุณค่าก่อนเสนอขาย แทนที่จะรีบส่งราคา/โปร ให้ส่ง “ทางเลือก” หรือ “ทริคสั้น ๆ” ที่เขาเอาไปใช้ได้ทันที เช่น เช็กลิสต์, วิธีเลือก, ข้อควรระวัง หรือข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่พลาด ลูกค้าจะรู้สึกว่าแค่คุยด้วยก็ได้ประโยชน์ก่อนซื้อ 4) แนะนำตามความเหมาะสม ไม่ยัดเยียด ถ้าสินค้าหรือบริการไม่เหมาะจริง ๆ ให้กล้าพูดตรง ๆ และเสนอทางเลือกที่เหมาะกว่า (แม้จะขายได้น้อยลงในครั้งนั้น) ความจริงใจแบบนี้ทำให้ลูกค้ากลับมาเอง และกลายเป็นคนแนะนำต่อ 5) สร้างความสัมพันธ์หลังการขาย อยากให้เขามองเราเหมือนเพื่อนร่วมทาง ให้ทักติดตามผล เช่น “ใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง” “ติดตรงไหนไหม” หรือส่งวิธีใช้ง่าย ๆ เพิ่มเติม นี่คือจุดที่ทำให้เราแข่งคุณค่า ไม่ต้องแข่งราคา สรุปสั้น ๆ: ถ้าอยากให้ลูกค้ามองเราเป็น “เพื่อน/ที่ปรึกษา” ให้โฟกัสที่การฟัง-เข้าใจ-ให้คุณค่าก่อนขาย แล้วค่อยเสนอสิ่งที่เหมาะที่สุด ลูกค้าจะรู้สึกว่าคุยกับเราแล้วสบายใจ และสุดท้ายเขาจะเป็นฝ่ายเข้าหาเราเองค่ะ