การซื้อขายที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์

"การซื้อขายที่ดินมือเปล่า หรือที่ดินไม่มีหนังสือ เอกสารสิทธิ มีความผิด"

+ การซื้อขายที่ดินเปล่าในหมู่บ้านมีความผิดกฎหมาย ขึ้นอยู่กับว่าที่ดินนั้นมีเอกสารสิทธิ์ประเภทใดและดำเนินการซื้อขายอย่างไร การซื้อขายที่ดินที่ถูกต้องตามกฎหมายจะต้องมีการทำนิติกรรมที่สำนักงานที่ดินและมีเอกสารสิทธิ์ที่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้

+ ​ประเภทที่ดินที่สามารถซื้อขายได้

1.) ​โฉนดที่ดิน (น.ส.4): เป็นเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่สมบูรณ์ที่สุด ผู้ถือครองมีสิทธิในการครอบครอง ใช้ประโยชน์ และสามารถซื้อขาย โอน หรือจำนองได้

2.) ​หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3, น.ส.3 ก., น.ส.3 ข.): เป็นเอกสารที่รับรองว่าผู้ถือครองมีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินนั้น สามารถซื้อขายได้โดยการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แต่สิทธิจะด้อยกว่าโฉนดที่ดิน

- ​การซื้อขายที่ดินผิดกฎหมาย

1.) ​ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ : ที่ดินบางแปลงอาจไม่มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ เลย หรือเป็นเพียงใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท. 5) ซึ่งเป็นเพียงหลักฐานการเสียภาษีเท่านั้น ไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ในที่ดิน การซื้อขายที่ดินประเภทนี้ทำได้เพียงการ "โอนการครอบครอง" ซึ่งไม่ทำให้ผู้ซื้อได้กรรมสิทธิ์และเสี่ยงต่อการถูกแย่งการครอบครอง

2.) ​ที่ดินของรัฐ : หากที่ดินนั้นเป็นที่ดินของรัฐ เช่น ที่สาธารณะ, ที่ป่าสงวน, หรือที่ราชพัสดุ การซื้อขายหรือครอบครองถือเป็นความผิดทางอาญา มีโทษทั้งจำคุกและปรับตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ประมวลกฎหมายที่ดิน, พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ

# ​การซื้อขายโดยไม่จดทะเบียน : การซื้อขายที่ดินซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น หากทำสัญญากันเองโดยไม่ได้จดทะเบียน สัญญาดังกล่าวจะเป็น "โมฆะ" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ทำให้ผู้ซื้อไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน

คำเตือน : ​การซื้อขายที่ดินในหมู่บ้านควรตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ให้แน่ใจว่าเป็นโฉนดที่ดินหรือ น.ส. 3 ที่สามารถโอนได้ และต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามขั้นตอนที่สำนักงานที่ดินเพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายในภายหลัง

พุฒิพงศ์ อุตระศรี. น.บ. , น.ม.

สถานีวิทยุกระจายเสียงแนชเชอเริลเอฟเอ็ม 105.50 MHz
2025/9/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการซื้อขายที่ดินโดยไม่มีเอกสารสิทธิ์ หรือที่หลายคนเรียกว่าการซื้อขายที่ดินมือเปล่า นับว่าเป็นประเด็นที่มีความเสี่ยงสูงและส่งผลกระทบทางกฎหมายอย่างมากในประเทศไทย เพราะที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์นั้นถือว่าผิดกฎหมายและไม่มีหลักประกันสิทธิ์ที่ชัดเจนสำหรับผู้ซื้อ ผู้ที่สนใจซื้อที่ดินควรตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ให้รอบคอบก่อนทำการตกลงซื้อขาย เช่น โฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3 ซึ่งมีความปลอดภัยในการลงทุนสูง เนื่องจากสามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากนี้ การทำสัญญาซื้อขายที่ดินทุกครั้งต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานที่ดิน เพื่อให้การโอนสิทธิ์นั้นสมบูรณ์และมีผลผูกพันทางกฎหมาย การซื้อขายที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ เช่น ที่ดินที่มีเพียงใบเสียภาษีบำรุงท้องที่ภ.บ.ท.5 หรือที่ดินของรัฐ ได้แก่ ที่สาธารณะ ที่ป่าสงวน หรือที่ราชพัสดุ ถือเป็นการซื้อขายที่ผิดกฎหมาย ผู้ซื้อจะไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่แท้จริง และเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องหรือขับไล่ออกจากที่ดินนั้นได้ รวมทั้งอาจมีโทษตามกฎหมายทั้งจำคุกและปรับ การโอนเพียงการครอบครองในกรณีนี้จึงไม่มีความมั่นคงและอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนไปโดยเปล่าประโยชน์ นอกจากนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 ได้กำหนดไว้ว่าการซื้อขายที่ดินต้องมีการทำหนังสือและจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดินเท่านั้น หากเป็นการซื้อขายโดยทำสัญญากันเองโดยไม่มีการจดทะเบียน สัญญาดังกล่าวจะถือเป็นโมฆะ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ผู้ซื้อไม่ได้รับความคุ้มครองและไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น ดังนั้น ผู้ซื้อที่ดินควรใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์อย่างละเอียด และขอคำปรึกษาจากนักกฎหมายหรือผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงและปัญหาทางกฎหมายในอนาคต การตระหนักถึงขั้นตอนเหล่านี้นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงแล้ว ยังทำให้การลงทุนในที่ดินเป็นไปอย่างปลอดภัยและมั่นคงอย่างแท้จริง

ค้นหา ·
วิธีซื้อขายที่ดิน