#တချို့မျက်နှာဖုံးတွေက

ကပ်ယုံလေကပ်ထားကြတာ

မတော်တဆဘဲဖြစ်ဖြစ်တမင်

တကာဘဲဖြစ်ဖြစ်မြင်စေချင်ကြတာ

မျိုးဗျ ဘာလို့လည်သိလား ကျနော်

တို့ နှလုံသာ ရဲ့အတိမ်အနက်ကို

ကောင်းကောင်းသိနေကြလို့ဘဲ

ဒါပေမဲ့ ယှဉ်မရတာတခုက နေရာ

ရွေ္မသွားခြင်းနဲ့ပြောင်းလဲမသွားခြင်း

က ဖြိုးချလို့မရဘူး ပြိုလဲမသွားဘူး

ပတ်ဝန်ကျင်နဲ့ထိတွေ့မြင်တွေ့နေတဲ့အရာ

တိုင်ကဂရုတစိုက်မရှိပေမဲ့ရှိတယ်ဆိုတဲ့

အနေထားပေါ့ ပျောက်လိုက်ပေါ်လိုက်နဲ့

တည်တည်တန့်တန့်မရှိခြင်းက မသေချာ

မရေးရာနဲ့ အသိမှတ်မပြုတဲ့အနေထားပေါ့

အဲဒါကွာပါတယ် မျက်နှာဖုံတော့ကျနော်မှာ

မရှိဘူးဗျာ ကွာစရာဒါဘဲရှိတယ် ။

MS

#ချစ်တဲ့စိတ်လေးနဲ့ကြည့်ပေးပါနော်🤍🤍🤍😘

#ကျနော်ရဲ့ကမ္ဘာငယ်လေး😘🤍🤍🤍

#အရာရာအဆင်ပြေပါစေ🙏🙏🙏

4/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายครั้งที่เราใส่ "หน้ากาก" ไม่ใช่เพียงเพราะต้องป้องกันสิ่งแวดล้อมหรือเหตุการณ์ภายนอกเท่านั้น แต่บางครั้งมันคือการแสดงออกถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่หรือความต้องการที่จะปกปิดตัวตนจริงๆ ของเราในสังคม จากประสบการณ์ตรง ผมพบว่าการที่คนเรามักเซฟตัวเองด้วยหน้ากาก จนบางครั้งเราอาจรู้สึกว่าความจริงนั้นดูเหมือนไม่มีที่ยืนในชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ความไม่แน่นอน และกฎเกณฑ์ทางสังคมที่ตึงเครียด หน้ากากจึงกลายเป็นเครื่องมือช่วยให้เรารอดผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางหรือเจ็บปวด อย่างไรก็ตาม การใส่หน้ากากนั้นไม่ได้หมายความว่าเราสามารถหลีกเลี่ยงความเปลี่ยนแปลงได้เสมอไป เพราะในหลายๆ สถานการณ์ "สถานที่" หรือสภาพแวดล้อมรอบตัวเรามีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบชีวิตและความรู้สึกภายใน แม้บางครั้งเราจะไม่ใส่ใจหรือไม่รับรู้ถึงสิ่งรอบตัวในทันที แต่มันก็ยังคงมีอยู่และส่งผลกับเราอย่างลึกซึ้ง เช่นเดียวกับภาพลวงตาที่ไม่ชัดเจน เมื่อหายไปหรือเปลี่ยนแปลง เราก็พบเห็นช่องว่างหรือความว่างเปล่าที่เจ็บปวด ผมแนะนำว่าสิ่งสำคัญคือการรู้จักรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตัวเองอย่างจริงจัง อย่ากลัวที่จะเปิดเผยตัวเองในบางครั้ง เพราะความโปร่งใสและความจริงใจสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกับผู้อื่นและกับตัวเราเอง สุดท้าย ความรักและความเมตตาที่เรามีต่อตัวเองและผู้อื่น คือสิ่งที่จะช่วยให้เราไม่หลงทางในหน้ากากที่สวมใส่ และยังคงยืนหยัดได้อย่างมั่นคงในโลกที่ซับซ้อนนี้