ปักปากกาดีจริงไหม

สวัสดีทุกคน ☝🏻

เราพึ่งเข้าวงการการปักปากกาเมื่อวันที่ 13 กุมภา ปีนี้

ด้วยโดสที่ได้มาคือ 2.5 mg

ขอเกริ่นก่อน ไม่ได้ตั้งใจจะไปปัก แค่คุยกับหมอเล่นๆเอง แต่ตัดสินใจปักเลย เพราะวันนั้นมีไปฉีดแฟตแก้ม และไม่ได้กินอาหารอะไรไปก่อนเลย สักมื้อเลย

ปรากฏว่า 📍

หลังจากกลับจากคลินิคหมอมา อาการยังปกติ เราไปกินข้าวก็ยังปกติ แต่เริ่มไม่ปกติ เพราะเรากินน้อย ไม่มีโปรตีนอะไรเลยในวันนั้น ทำให้ปวดหัวมากๆ เลยกินพาราแล้วนอนพัก แต่ความด้วยที่ ยาเริ่มทำงาน เริ่มดึงไขมันจากร่างกายดึงจนทำให้ปวดตัวจนนอนไม่ได้ และเราพยายามลุกมาตอนเช้า เพื่อกินโปรตีน ผ่านไปแปบเดียว เราอ้วกออกมาหมดเลย คลื่นไส้ พะอืดพะอม แต่เราก็ลองจิบน้ำเรื่อยๆ พร้อมกับเริ่มเติมโปรตีนไปทีละนิด ร่างกายก็กลับมาปกติ

❗️เราใช้ชีวิตเริ่มด้วยเวลา 12.00 นอนตอนตี 3-4

เราใช้วิธีกินด้วยการทำ IF 16/8 คือกิน 8 ชม. พัก 16 ชม.

🥜🫘 เราเลือกโปรตีนส่วนใหญ่ แล้วก็คาร์บ น้อย แต่ทุกวันเราจะกินโปรตีน และจนเลิกกินตอน 19.00 หรือไม่ก็ 20.00 แล้วแต่วัน แต่ทุกมื้อที่ว่างเราจะเลือกกินน้ำเปล่า น้ำมะพร้าวกินทีละแค่ครึ่งขวด แล้วค่อยมาเติมเพิ่มอีกครึ่งชั่วโมง

จากน้ำหนัก 53-54 ตอนนี้เราเหลือ 51 แพลนลดไว้ประมาน 48

#ปากกาลดน้ำหนัก #ติดเทรนด์ #Lemon8ฮาวทู #ปักปากกา #ปากกาลดน้ําหนักตัวช่วยหุ่นดี

2/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากที่เราเริ่มปักปากกาแล้วมีอาการไม่สบายในวันแรกๆ อยากมาเสริม “สิ่งที่เราอยากรู้ก่อนปัก” เผื่อใครกำลังหาข้อมูลแนวรีวิวปักปากกา/ปากกาคุมหิว (บางคนเรียก Mounjaro หรือยาฉีดเบาหวานสัปดาห์ละครั้ง) จะได้เตรียมตัวให้พร้อมกว่าเราในวันแรกค่ะ 1) กินน้อย + โปรตีนน้อย = มีโอกาสเวียนหัว/คลื่นไส้ง่ายขึ้น จากประสบการณ์เรา วันแรกที่ไปทำหัตถการอื่นด้วยแล้วแทบไม่ได้กินอะไร พอกลับมาค่อยกินข้าวทีหลัง แต่ภาพรวมทั้งวันโปรตีนน้อยมาก เลยเหมือนร่างกาย “หมดแรง” แล้วพอยาเริ่มทำให้หิวน้อยลง ยิ่งเติมอาหารไม่ทันก็ยิ่งเพลีย สิ่งที่ช่วยเราคือค่อยๆ เติมโปรตีนแบบย่อยง่าย เช่น ไข่ต้ม โยเกิร์ตโปรตีนสูง นม/เวย์ (ถ้าท้องรับไหว) หรืออกไก่นุ่มๆ ปริมาณน้อยแต่บ่อยขึ้น 2) วิธีจิบน้ำที่ทำให้ไม่คลื่นไส้ เราสังเกตว่าดื่มรวดเดียวเยอะๆ จะพะอืดพะอม เลยเปลี่ยนเป็น “จิบเรื่อยๆ” เหมือนที่ทำอยู่แล้ว: น้ำเปล่าเป็นหลัก และน้ำมะพร้าวครึ่งขวดแล้วพักค่อยเติม (ช่วยเรื่องสดชื่นและเกลือแร่แบบเบาๆ) ถ้าวันไหนอ้วกหรือปวดหัวมาก อาจลองเกลือแร่สูตรน้ำตาลต่ำในปริมาณพอดี แต่ถ้ามีโรคประจำตัวควรถามแพทย์ก่อน 3) IF ทำได้ แต่ต้องกันพลาดเรื่องสารอาหาร เราใช้ IF 16/8 (กินช่วง 12.00-19.00/20.00) ซึ่งทำได้ แต่ทริคคือ “เปิดมื้อแรกด้วยโปรตีน” ก่อนคาร์บ และอย่าปล่อยให้ทั้งวันได้แต่คาร์บจุกจิกน้อยๆ เพราะจะไม่อิ่มจริงและพลังงานตกง่าย เมนูที่เราเวิร์ก: โปรตีน + ผัก + คาร์บเล็กน้อย (ข้าว/มัน/ขนมปังโฮลวีต) แล้วค่อยปิดท้ายผลไม้คำสองคำ 4) อาการข้างเคียงที่คนถามบ่อย + วิธีรับมือแบบที่เราใช้ - คลื่นไส้/พะอืดพะอม: กินมื้อเล็กลง เคี้ยวช้า เลี่ยงของทอดมันและหวานจัด - ปวดหัว/เพลีย: เติมน้ำ + โปรตีน และอย่าลืมพักผ่อนให้พอ (เรานอนตี 3-4 เลยรู้สึกชัดว่าพักน้อยทำให้อาการหนักขึ้น) - อ้วก: หยุดกินมื้อใหญ่ เปลี่ยนเป็นน้ำอุ่น/น้ำเปล่าจิบทีละน้อย แล้วค่อยกลับมาด้วยอาหารอ่อน ถ้าอาการหนักหรือไม่ดีขึ้น ควรกลับไปปรึกษาคลินิก/แพทย์ทันทีนะคะ 5) ติดตามผลแบบไม่หลงตัวเลขเดียว ในรูปที่เราเห็นมีการติดตาม “น้ำหนัก, BMI, %ไขมัน, %กล้ามเนื้อ” ซึ่งเราว่าดีมาก เพราะบางช่วงน้ำหนักลงแต่กล้ามเนื้อก็อาจลดได้เหมือนกัน เราเลยพยายามกินโปรตีนให้ถึง และขยับตัวเบาๆ เพื่อพยุงกล้ามเนื้อ (แม้ยังไม่ได้ออกกำลังกายหนัก) สรุปในมุมเรา: ปักปากกาช่วยเรื่องคุมหิวได้จริง แต่วันที่พลาดคือวันที่กินน้อยเกิน + โปรตีนน้อย + พักผ่อนไม่พอ ถ้าเตรียมอาหาร/น้ำ/เวลาเข้านอนให้ดี อาการข้างเคียงจะจัดการง่ายขึ้น และเห็นผลเรื่องสัดส่วน/น้ำหนักชัดกว่าค่ะ