自動翻訳されています。元の投稿を表示する

仕事のために壊れていた人々から

4年前に

体が壊れるまで頑張ります。

私は何でも得意だと証明したくなかった。

安定した生活を送りたいだけです。

仕事が欲しい、自分を支えるお金が欲しい

彼がまだ何も持っていなかったので、私たちの多くは助けに行きました。

時には私たち社員しかいないこともあります。

すべてを行う。お金は非常に少ない。いくつかの仕事はほとんど不可能です。

しかし、私はただ

大丈夫です。。。 いつか会社が大きくなったら

彼はまだ私たちを見ています。

ついに、会社が成長し始めたとき

すべてが変わった。

まず、給料をお願いします。

兄弟のように話したことから

それは私たちにすべてに圧力をかけ始めました。

それに、クライアントを持ち始めたり、仕事をしたり、お金を持ったりすると、

私たちは機会をもたらすのを手伝いましたが

気持ちは二度と同じではありません。

そしてそのように生きた結果

私たちは本当に病気です

目が乾くまでコンピュータの画面を見つめると、角膜が潰瘍化し、感染し、膿が出ます。

今日、私はまだ風景のために不快感のために医者に行かなければなりません。

今日はフリーランサーで、給料はなく、苦労していますが、奇妙です。

今日は以前よりもずっと快適に感じます。

それを理解し始めているからかもしれません。

人生はそのようなものと身体を交換すべきではありません。

今日は症状が良くなっています。

そして多分。。。 それは私たちが本当に自分自身を愛し、世話をするようになった結果です。

#レモン8招待状 #人生の問題 #人生が壊れるまで一生懸命働く

#経験を共有する

5/28 に編集しました

... もっと見るการทำงานหนักจนร่างกายพังเป็นประสบการณ์ที่หลายคนอาจเคยเจอเหมือนกัน การที่ต้องทุ่มเทเวลาและพลังงานอย่างเต็มที่เพื่อให้บริษัทเติบโตทำให้หลายคนมองข้ามเรื่องสำคัญที่สุดอย่างสุขภาพของตัวเองไป เมื่อสังเกตอาการโรคตาแห้งและแผลที่กระจกตาซึ่งเกิดจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ ได้ชัดเจน เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณว่ามันรับไม่ไหวแล้ว ในฐานะที่เคยผ่านประสบการณ์นี้มา ผมอยากแนะนำว่า ก่อนที่จะยอมเสียสุขภาพไปกับการทำงานหนัก ควรตั้งคำถามกับตัวเองว่าเป้าหมายในชีวิตคืออะไร และสุขภาพควรเป็นสิ่งที่ได้รับการดูแลอย่างจริงจัง เพราะถ้าสุขภาพไม่ดี ถึงมีกำไรหรือเงินเดือนสูงแค่ไหนก็ไม่คุ้มค่า นอกจากการหมั่นพักผ่อนให้เพียงพอแล้ว การจัดตารางเวลาทำงานให้สมดุล ทานอาหารที่มีประโยชน์ และหาเวลาทำกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายจิตใจ ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน รวมถึงหากรู้สึกว่าสภาพแวดล้อมหรือวัฒนธรรมองค์กรไม่สนับสนุนสุขภาพของเรา การเปลี่ยนเส้นทางมาทำงานในรูปแบบฟรีแลนซ์อาจช่วยให้ได้อิสระและควบคุมเวลาของตัวเองได้มากขึ้น สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ การรักและดูแลตัวเองไม่ใช่เรื่องที่ควรรอให้เจ็บป่วยก่อนแล้วค่อยเริ่ม แต่ควรเริ่มตั้งแต่วันนี้ เพราะสุขภาพดีเป็นรากฐานของชีวิตที่มีความสุขและเราจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานและประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน เมื่อเรากลับมารักตัวเอง รู้จักตามใจและดูแลร่างกาย ผลลัพธ์ก็จะเป็นการฟื้นฟูทั้งกายและใจ ทำให้ชีวิตมีคุณภาพดีขึ้นอย่างแท้จริง