สืบสานประเพณีกวนข้าวทิพย์ 63 ปี เสริมสิริมงคลรับเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569
วันนี้ (12 เม.ย. 69) ที่ วัดใหม่ อ.เมืองจันทบุรี จ.จันทบุรี นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานเปิดงานประเพณีกวนข้าวทิพย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่จัดขึ้นโดยเทศบาลเมืองจันทบุรี โดยมีนางคณิตา ราษฎร์นุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ตลอดจนผู้แทนจากส่วนราชการ หน่ว ยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนชาวเข้าร่วม
สำหรับประเพณีกวนข้าวทิพย์ ถือเป็นประเพณีสำคัญที่อยู่คู่ชุมชนและถูกสืบทอดมาอย่างยาวนานกว่า 63 ปี โดยมักจัดขึ้นเพื่อเป็นปฐมฤกษ์ของการเริ่มต้นเทศกาลสงกรานต์ กิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมและความเข้มแข็งของชุมชน แต่ยังเชื่อมโยงกับความศรัทธาทางพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง โดยเป็นการจำลองเหตุการณ์ในพุทธประวัติ เมื่อครั้งที่นางสุชาดาได้กวนข้าวมธุปายาส (ข้าวทิพย์) เพื่อนำไปถวายแด่พระโคตมพุทธเจ้าก่อนที่พระองค์จะตรัสรู้ ซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อว่าการร่วมกันกวนและนำข้าวทิพย์ไปรับประทาน จะช่วยเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิตตนเองและครอบครัว
ทั้งนี้ ข้าวทิพย์ที่ผ่านการประกอบพิธีและกวนจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะถูกนำไปแจกจ่ายเพื่อ เป็นทานและเสริมสิริมงคลให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยทางคณะผู้จัดงานจะทำการแจกจ่ายในช่วงกิจกรรมขบวนแห่ส่งเสริมประเพณีสงกรานต์ ณ บริเวณลานกีฬาคนรักจันท์ ในเวลา 15.00 น. ของวันนี้
#สงกรานต์จันทบุรี #กวนข้าวทิพย์วัดใหม่ #สืบสานประเพณีไทย #สงกรานต์2569 #จันทบุรี
ถ้าใครค้นหา “ประเพณีกวนข้าวทิพย์” แล้วสงสัยว่าคืออะไร ทำไมต้องจัดช่วงสงกรานต์ และไปร่วมได้ยังไง เราสรุปให้แบบเข้าใจง่ายจากประสบการณ์ไปดูงาน (และถามคนในพื้นที่) มาเผื่อเป็นไกด์ก่อนออกไปเที่ยวค่ะ ประเพณีกวนข้าวทิพย์ (บางที่เรียก “กวนข้าวมธุปายาส”) เป็นพิธีทำอาหารมงคลที่โยงกับพุทธประวัติ เรื่องนางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาสแด่พระพุทธเจ้าก่อนตรัสรู้ เลยทำให้คนเชื่อกันว่า “ได้ร่วมกวน/ได้กินข้าวทิพย์” จะเสริมสิริมงคล รับสิ่งดี ๆ เข้าบ้าน โดยเฉพาะช่วงเริ่มเทศกาลสงกรานต์ที่ถือเป็นการเริ่มต้นปีใหม่ไทย สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ การ “กวน” จริง ๆ ต้องใช้แรงและเวลาเยอะมากค่ะ จะมีหม้อหรือกระทะใบใหญ่ ตั้งไฟ แล้วช่วยกันคนให้ส่วนผสมเข้ากันจนงวดเหนียว ไม่ไหม้ก้นหม้อ ระหว่างนั้นจะมีพิธีทางศาสนา การสวดเจริญพระพุทธมนต์ และการทำบุญร่วมกัน ทำให้บรรยากาศไม่ได้เป็นแค่ทำอาหาร แต่เป็นกิจกรรมรวมใจของชุมชนแบบเห็นชัดมาก โดยทั่วไป ส่วนผสมข้าวทิพย์จะมีทั้งข้าว/ธัญพืช กะทิ น้ำตาล และเครื่องปรุงกลิ่นหอมต่าง ๆ (แต่ละวัดมีสูตรของตัวเอง) จุดเด่นคือความหอมหวานและความตั้งใจของคนที่มาร่วมแรงร่วมใจกันกวนจนสำเร็จ พองวดได้ที่แล้วจะตักแบ่งเป็นถ้วยหรือห่อเล็ก ๆ เพื่อแจกเป็นทานให้คนมาร่วมงาน ถ้าตั้งใจไป “รับข้าวทิพย์” แนะนำให้ไปก่อนเวลาประมาณ 30–60 นาที เพราะคนมารอค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะปีที่จัดใหญ่ในช่วงสงกรานต์ บางพื้นที่จะนำไปแจกในขบวนแห่หรือจุดกิจกรรมหลักของงาน (อย่างในจันทบุรีมีการแจกช่วงกิจกรรมสงกรานต์ด้วย) ใครพาผู้ใหญ่ไปด้วยควรเตรียมน้ำดื่ม หมวก หรือร่ม เพราะคนจะหนาแน่นและอากาศร้อน มาร่วมงานแล้วทำอะไรได้บ้าง? นอกจากรับข้าวทิพย์ เราว่าควรไหว้พระ ทำบุญร่วมกองกุศลของวัด ฟังเล่าความเป็นมาของประเพณี และถ้าเปิดให้ร่วมกวนจริง ๆ ลองช่วยคนสักพักจะสนุกมาก ได้สัมผัส “ประเพณีกวนข้าวทิพย์ เสริมสิริมงคลรับสงกรานต์” แบบเต็ม ๆ สุดท้าย ถ้าจะนำข้าวทิพย์กลับบ้าน บางคนจะเก็บไว้แบ่งให้คนในครอบครัวกินเป็นมงคล (กินแต่พอดีเพราะค่อนข้างหวานและเหนียว) ส่วนตัวเราชอบบรรยากาศความพร้อมเพรียงมากกว่าอาหารด้วยซ้ำ เป็นหนึ่งในประเพณีไทยที่ไปแล้วรู้สึกอิ่มใจจริง ๆ ค่ะ












