🐰💬 เรื่องราวของการ pitching ต้องเศร้า... จริงหรอ?

ทำไมบางคนไอเดียสินค้าดี แต่นำเสนอไม่เวิร์ก

.

.

Pitching ไม่ใช่การ present ธรรมดา

มันคือการ “ทำให้คนฟังรู้สึกบางอย่างร่วมกับเรา”

— ตื่นเต้น, สงสาร, หรือเห็นด้วยจนอยากลุกขึ้นทำอะไรบางอย่าง

เพราะถ้าขาด “อารมณ์ร่วม” ต่อให้ข้อมูลแน่นแค่ไหน ก็ไม่เกิดพลังจูงใจ

.

.

ยกตัวอย่าง

“ลุงสมเกียรติเป็นพนักงานออฟฟิศที่ทำงานสารพัด แต่สุดท้ายได้เงินวันละ 300 บาท…”

อยากรู้ต่อไหม?

นี่แหละคือพลังของ ดราม่าใน Pitching — เพราะคนไม่ได้จดจำข้อมูล แต่จดจำ ความรู้สึก ที่คุณทำให้พวกเขาอิน

.

แล้วจะเล่าอย่างไรให้ดราม่าพอดี

1. เล่าเรื่องที่มีปัญหาชัดเจน – ควรชี้ประเด็นปัญหาให้ชัดผ่านเรื่องราวที่เล่า

2. ขมวดปม – หาให้เจอว่าสิ่งที่ต้องพัฒนาเพิ่ม หรือทำเพิ่มคือเรื่องอะไร

3. เสนอ Solution – พอรู้ว่าจะพัฒนาเรื่องอะไร ก็จะรู้ว่า solution ที่ควรมีคือะไรบ้าง

4. ชี้ความต่างของคุณ – มาถึงบริบทที่บอกว่า สินค้าหรือบริการของเราทำข้อแตกต่างจาก solution คนอื่นยังไง

.

นี่แหละคือการเปลี่ยน Pitch จาก “ข้อมูลแห้งๆ” ให้เป็น “เรื่องราวที่มีชีวิต”

👉 ครั้งหน้าก่อนขึ้น pitch อย่าลืมสำรวจความดราม่าของเนื้อเรื่องตัวเองจาก 4 ข้อนี้!

.

.

#RabbitStart #ไอเดียธุรกิจ #หาเพื่อนคุยเรื่องธุรกิจที่RabbitStart #pitching #นำเสนอ #ดราม่า #Hackathon

2025/9/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการ Pitch หรือการนำเสนอไอเดียสินค้าหรือบริการนั้น ไม่ใช่แค่การให้ข้อมูลเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความรู้สึกและพลังดึงดูดใจให้ผู้ฟังอินไปกับเรื่องราวของเรา ความสำคัญของอารมณ์ร่วมมีผลลึกซึ้ง เพราะผู้ฟังมักจดจำความรู้สึกมากกว่าข้อเท็จจริงหรือสถิติที่เรานำเสนอ หลักการเพิ่มความดราม่าใน Pitching ที่แนะนำในบทความนั้นจริง ๆ แล้วสะท้อนเทคนิคที่ผู้ประกอบการหลายคนลืมไป นั่นคือการชี้ประเด็นปัญหาที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ฟังรับรู้ถึงความจำเป็นและเห็นความสำคัญของการแก้ไข เมื่อผู้ฟังเห็นปัญหาอย่างชัดเจน ย่อมเกิดความสงสารหรืออยากช่วยแก้ไขตามมา ต่อมาคือการขมวดปม เพื่อให้ผู้ฟังมีความเข้าใจลึกถึงความซับซ้อนของปัญหา ว่าสิ่งที่ควรปรับแก้เพิ่มเติมคืออะไร ซึ่งช่วยให้ Solution ที่เรานำเสนอมีน้ำหนักและเชื่อมโยงกับปัญหามากขึ้นไม่ใช่แค่คำตอบทั่วๆ ไป การเสนอทางแก้ปัญหาที่เหมาะสมและชี้ให้เห็นว่าบริการหรือสินค้าของเราทำงานแตกต่างจากคู่แข่งอย่างไร จะสร้างความมั่นใจและความโดดเด่นได้ทันที ทำให้ Pitching ไม่ใช่แค่ข้อมูลแห้ง ๆ แต่มีชีวิตชีวาและขายแนวคิดได้มากกว่าแค่ตัวสินค้า ตัวอย่างเช่น การเล่าเรื่องราวของ "ลุงสมเกียรติ พนักงานออฟฟิศที่ทำงานหลายอย่างแต่รายได้ต่ำ" จะทำให้ผู้ฟังเกิดความสงสารและอยากช่วยเหลือ ซึ่งเป็นพลังที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการอธิบายสถิติอย่างเดียว นอกจากความดราม่าแล้ว การเตรียมตัว Pitching ครั้งต่อไปควรสำรวจว่าเรื่องราวของเราสามารถทำให้ผู้ฟังตื่นเต้น เห็นใจ หรืออยากลุกขึ้นทำอะไรบางอย่างไปพร้อมกับเราได้หรือไม่ ถ้าใช้คำถาม 4 ข้อที่แนะนำเป็นตัวช่วยชี้จุดสำคัญ แล้วใส่ความรู้สึกลงไปในเนื้อหา จะช่วยให้การนำเสนอไอเดียธุรกิจของคุณแข็งแกร่งและน่าสนใจมากขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยุคใหม่ควรฝึกฝนการเล่าเรื่อง (Storytelling) มาประกอบใน Pitching เพื่อเพิ่มการจดจำของผู้ฟังและสร้างแรงจูงใจเร่งด่วน เรียกได้ว่า "ข้อมูล + อารมณ์ = พลังขายที่เหนือกว่า" ซึ่งคือหัวใจสำคัญของการนำเสนอที่ประสบความสำเร็จในยุคนี้

ค้นหา ·
หาเพื่อนร่วมธุรกิจ