Automatically translated.View original post

Curry Bumbai

6/3 Edited to

... Read moreแกงบุ่มไบ่เป็นแกงไทยโบราณที่รสจะ “นวล ๆ” จากกะทิ แต่ก็มีความหอมเผ็ดอ่อน ๆ จากพริกแห้งและเครื่องเทศคั่วอย่างเมล็ดผักชี–ยี่หร่า รวมถึงกลิ่นละมุนของดอกจันทน์กับลูกจันทน์ จุดเด่นที่เราชอบมากคือใส่ “แตงร้าน” ลงไปตอนท้าย ทำให้แกงมีความสดชื่น ตัดความมันของกะทิได้ดี ไม่เลี่ยนเลย ส่วนผสมหลักที่ทำให้รสออกมาถูกทาง (ตามที่ฉันทำแล้วเวิร์ก) คือ เนื้อวัวหั่นชิ้นพอดีคำประมาณ 400 กรัม, หัวกะทิ 2 ถ้วย + หางกะทิ 1 ถ้วย, น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลมะพร้าว 3 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะขามเปียกประมาณ 6 ช้อนโต๊ะ (ค่อย ๆ เติมแล้วชิมเอา) แตงร้านใช้แบบลูกเล็ก ผ่าชิ้นประมาณ 150 กรัมจะกำลังดี พริกแกงให้หอมแบบแกงโบราณ แนะนำให้มี: หอมแดงราว 5 หัว, กระเทียม 2 กลีบ, พริกแห้งแกะเมล็ดแช่น้ำ 5 เม็ด, เกลือ 1 ช้อนชา, ตะไคร้ 1 ช้อนโต๊ะ, ข่าหั่นแว่น, ขมิ้นสด 1 ช้อนชา และ “กะปิ” 1 ช้อนโต๊ะ แล้วเติมเครื่องเทศคั่วป่นอย่างเมล็ดผักชี 1 ช้อนชา + ยี่หร่า 1/2 ช้อนชา + พริกไทยขาว 1 ช้อนชา พร้อมดอกจันทน์/ลูกจันทน์คั่วป่นอย่างละ 1/2 ช้อนชา กลิ่นจะขึ้นมาก วิธีทำแบบที่ฉันทำเป็นขั้นตอน: 1) ต้มเนื้อวัวกับน้ำประมาณ 2 ถ้วยจนเริ่มเปื่อย (ของฉันใช้เวลาประมาณ 60–90 นาที ตามส่วนของเนื้อ) ระหว่างต้มช้อนฟองออก น้ำซุปจะใสขึ้น 2) โขลกพริกแกงทั้งหมดให้ละเอียด โดยเฉพาะเครื่องเทศคั่วป่น ใส่ทีหลังจะหอมเด่น 3) ตั้งหม้อ ใส่หัวกะทิลงไปเคี่ยวให้แตกมันเล็กน้อย แล้วใส่พริกแกงผัดจนหอม 4) ใส่เนื้อวัวที่ต้มเปื่อยแล้ว พร้อมน้ำซุปบางส่วน เติมหางกะทิ ปรับให้ได้ความข้นที่ชอบ 5) ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว และน้ำมะขามเปียก ชิมให้ออก “เค็มนำ หวานนวล เปรี้ยวปลาย” 6) ใส่แตงร้านช่วงท้าย เคี่ยวแค่พอสุกกรอบ ๆ (ประมาณ 2–4 นาที) แล้วปิดไฟ ทิปเล็ก ๆ ให้แกงบุ่มไบ่อร่อยขึ้น: - ถ้ากะทิมันมาก ให้เพิ่มน้ำซุปเนื้อทีละนิด แกงจะไม่หนัก - น้ำมะขามเปียกควรค่อย ๆ ใส่ เพราะแต่ละบ้านเปรี้ยวไม่เท่ากัน - แตงร้านอย่าใส่เร็วเกินไป ไม่งั้นจะนิ่มเละและทำให้กลิ่นแกงดรอป เสิร์ฟกับข้าวสวยร้อน ๆ คือดีมาก รสแกงจะนุ่มแต่มีมิติจากเครื่องเทศ ใครกำลังค้นหา “แกงบุ่มไบ่” แล้วอยากลองทำเองที่บ้าน สูตรนี้เป็นแนวทางเริ่มต้นที่ทำตามได้จริง และปรับรสได้ตามที่ชอบค่ะ