Automatically translated.View original post

Whoever has a broken heel problem, don't mess this clip. Try it.

2025/8/28 Edited to

... Read moreถ้าใคร “ส้นเท้าแตกเป็นแผล” แล้วเจ็บเวลาเดิน เราเข้าใจเลย เพราะช่วงหนึ่งเราแตกหนักมากจนเหมือนผิวแห้งลอกเป็นร่อง ๆ เวลาใส่รองเท้าแตะแล้วเสียดสีคือทรมานมาก เลยลองหลายวิธีจนมาเจอวิธีที่ช่วยให้ดีขึ้นไวขึ้น (แต่ต้องทำให้ถูกนะ) วิธีที่เราทำคู่กับการเช็ด Glycolic Acid (แบบที่เล่าไว้) คือ “บำรุง + ปิดล็อกความชื้น” ให้ครบ เพราะกรดผลไม้ช่วยผลัดผิวที่หนา/ด้าน แต่ถ้าไม่เติมความชุ่มชื้น ผิวก็อาจแห้งและแตกซ้ำได้ 1) ขั้นตอนตอนกลางคืน (ทำต่อเนื่อง 2–4 สัปดาห์) - ล้างเท้า/เช็ดให้แห้งสนิท โดยเฉพาะซอกนิ้ว - เช็ด Glycolic Acid บาง ๆ ที่ส้นเท้า (หลีกเลี่ยงจุดที่เป็นแผลเปิด/เลือดซึม) - ถ้ามีเวลา ทำแบบในรูปที่เราใช้เลย: เทโทนเนอร์ใส่สำลีแล้ว “โป๊ะส้นเท้าทิ้งไว้” 5–10 นาที จากนั้นเอาออก - ตามด้วยครีมทาส้นเท้าแตกหรือ “ยาทาส้นเท้าแตก” ที่เน้นยูเรีย (Urea), กรดแลคติก หรือเซราไมด์ แล้วปิดท้ายด้วยวาสลีน/บาล์มเนื้อหนา - ใส่ถุงเท้านอน เพื่อช่วยล็อกความชื้น ตื่นมาส้นเท้าจะนุ่มขึ้นมาก 2) ถ้าต้องการ “แก้ส้นเท้าแตก เร่งด่วน” ก่อนออกจากบ้าน - แช่เท้าน้ำอุ่น 5–10 นาที แล้วซับให้แห้ง - ทาครีมยูเรียหรือครีมส้นเท้าแตกแบบเข้มข้น - ทาวาสลีนบาง ๆ ทับอีกชั้น (กันแห้งแตกเพิ่ม) แล้วใส่ถุงเท้าไว้สัก 30 นาที จะช่วยให้ผิวดูเรียบขึ้นทันทีระดับหนึ่ง 3) ข้อควรระวัง (สำคัญมาก) - ห้ามทา Glycolic Acid ลงบน “แผลเปิด” หรือบริเวณที่อักเสบแดงมาก เพราะจะแสบและระคายเคืองได้ - ถ้าเป็นแผลลึก แตกจนเลือดออก บวม แดง ร้อน หรือมีหนอง ควรหยุดใช้กรด/สครับ และไปพบแพทย์หรือเภสัชก่อน - ไม่แนะนำให้ขัดส้นเท้าหนัก ๆ ทุกวัน เพราะยิ่งขัดแรงผิวจะหนาตอบโต้และแตกง่ายขึ้น ทริคเล็ก ๆ ที่ช่วยให้หายช้ำน้อยลงคือ เปลี่ยนรองเท้าที่แข็ง/กัดส้น ลดการเดินเท้าเปล่าบนพื้นแห้ง ๆ และทาครีมสม่ำเสมอทุกคืน ทำต่อเนื่องสักพัก “ก่อนใช้” อาจแตกเหมือนแผ่นดินไหว แต่ “หลังใช้” จะค่อย ๆ จางลงอย่างเห็นได้ชัดจริง ๆ ค่ะ