Update ✨ พอร์ตการลงทุน ประจำเดือน กันยายน 2568 📊
จากการเริ่มต้นลงทุนในหุ้นอเมริกาตั้งแต่มกรา จนเริ่มเกิด Tarrif ของพ่อใหญ่ทรัมป์ ทำให้ได้หุ้นราคาค่อนข้างดีเลยครับ ทั้ง Tesla และ AMD โดยทำการ DCA เดือนละ 8000 บาท มาโดยตลอด ซึ่งถือว่าดีเกินคาดแล้ว ด้วยเปอร์เซ็นต์ 39% กว่าๆ ก็พร้อมที่จะลงทุนไปเรื่อยๆ ต่อไป ในอีก 5 ปีข้างหน้า ผมจะมาไล่ Timeline แต่ละหุ้นที่ผมลงไปละกันครับ
1. Tesla ถือว่าผมลงเยอะที่สุดแล้วล่ะครับ ช่วง Tarrif และการงอ ลกันของพ่อใหญ่และป๋า อีลอน ทำให้กราฟเกิดการสวิงไปๆมาๆ ช่วงลงก็กดไปเลย เดือนละ 8000 บาท ไม่ลงตัวอื่น พอทำทรงขึ้นมา ผมก็ไปลงตัวอื่น Tesla เลยเป็นหุ้นที่แบก Port การลงทุนของผมมากที่สุดแล้ว ตอนนั้นลงทุนไปที่ราคา 250$/หุ้น (ได้ราคาอย่างสวย) เลย DCA มาเรื่อยๆ ผลรวมเลยได้ถึง 55% เลยทีเดียว
2. AMD เป็นหุ้นรองลงมาที่ผมลงทุนมากเป็นอันดับ 2 ที่จริงตัวนี้เคยเป็นเดอะแบกพอร์ตของผม ได้ถึง 60% เลยทีเดียวนะ ตอนแรกๆ ลงไปที่ราคา 100 $/หุ้น ขึ้นพีคสุดที่ 185 $/หุ้น เลยปรับฐานลงมา จนได้ผลรวม 30%
3. BABA ตัวนี้เซอร์ไพร์สโคตร เพราะตอนแรกทำทรงกราฟ cup and handle มานานเกิน คิดว่าไม่น่าจะขึ้น แต่จากที่ Alibaba ลงทุนในพวก AI Cloud และผลิตชิป Qwen 3 Max ด้วยตนเอง แถมจับมือกับ NVIDIA มาหมาดๆ ทำให้หุ้นพุ่งไปถึง 171 $/หุ้น ผมลงช่วง 96 $/หุ้น ทำให้ผลรวม 43% เฉย แซงหน้าหุ้น AMD ไปซะงั้น แต่ถือน้อยกว่าเท่านั้นเอง
4. ETOR หุ้นฟินเทค แพลตฟอร์มที่จะสามารถทำการซื้อขายหุ้นอเมริกา คริปโต ได้ ถือว่าเป็นหุ้นที่ติดลบที่สุดล่ะ 555 -34% ไปแล้ว แต่แค่รอสิ้นปี ผมจะพิจารณาในการปรับพอร์ตใหม่ น่าจะเอาเงินไปลงทุนตัวอื่น เกี่ยวกับการเงินในหุ้นตัวอื่นแทนครับ
แล้วเพื่อนๆ พอร์ตการลงทุนเป็นยังไงกันมั่งครับ สามารถมาแชร์ความรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ครับ
*** ไม่ได้แนะนำการลงทุนแต่อย่างใด แต่ไม่ลงทุนเลย ระวังเงินเฟ้อจะกินเอา***
#หุ้นต่างประเทศ #ลงทุน #หุ้นอเมริกา #พอร์ตการลงทุน #ติดเทรนด์












