เปิดแล้ว! Le Labo ทรงวาด สาขาที่ดีไซน์สวยมาก 🌿

🖤🌿 Le Labo มาเปิดที่ “ทรงวาด” แล้ว และสาขานี้สวยกลมกลืนไปกับย่านมากกก

นี่คือ Street Boutique แห่งที่ 2 ของ Le Labo ในประเทศไทย ต่อจากสาขาอารีย์ รอบนี้เลือกมาเป็นเพื่อนบ้านคนใหม่ของถนนทรงวาด ย่านเก่าที่กำลังเติบโตไปพร้อมกับคาเฟ่ ร้านอาหาร แกลเลอรี และพื้นที่สร้างสรรค์ใหม่ๆ โดยยังคงเสน่ห์และร่องรอยของแต่ละยุคเอาไว้

สิ่งที่เราชอบมากคือ Le Labo ไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนพื้นที่ให้กลายเป็นร้านใหม่เอี่ยม แต่เลือกออกแบบจากสิ่งที่มีอยู่ ตามแนวคิด Wabi-Sabi ที่มองเห็นความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ 🤍

ภายในร้านยังคงเก็บเพดานไม้สีเขียวของอาคารเดิมเอาไว้ แล้วหยิบสีเขียวนั้นมาเชื่อมต่อกับกระเบื้องดินเผาทำมือจากเชียงใหม่ที่ออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะ แต่ละแผ่นมีพื้นผิวและเฉดสีแตกต่างกันเล็กน้อย พอวางรวมกันแล้วกลับดูมีเสน่ห์มาก และเข้ากับบรรยากาศเก่าๆ ของทรงวาดแบบพอดี

เป็นอีกสาขาที่มีความเป็น Le Labo ชัดเจน แต่ในขณะเดียวกันก็ดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของทรงวาดมาตั้งแต่แรก 🖤

และใครเป็นแฟน Le Labo เตรียมตัวไว้เลย เพราะเดือนกันยายนคือช่วงเวลาพิเศษของ City Exclusives ✨

ปกติน้ำหอมคอลเลกชันนี้จะหาซื้อได้เฉพาะในเมืองต้นกำเนิดของแต่ละกลิ่นเท่านั้น แต่ทุกเดือนกันยายน Le Labo จะนำ City Exclusives จากเมืองต่างๆ ทั่วโลกกลับมาวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เป็นเวลาเพียง 1 เดือน

ใครมี City Exclusives กลิ่นไหนอยู่ใน Wishlist เดือนกันยายนนี้เตรียมมาลอง มาดม และมาช้อปกันได้ที่ Le Labo ทรงวาดเลยค่ะ 🖤

📍 ถนนทรงวาด ใกล้ตรอกโรงไม้

#LeLabo #LeLaboThailand #LeLaboSongWat #SongWat #ทรงวาด

14 ชั่วโมงที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเปิดตัวของ Le Labo ที่ถนนทรงวาด ไม่ใช่แค่การนำร้านน้ำหอมเข้ามาในพื้นที่ แต่ยังเป็นการผสมผสานศิลปะแบบ Wabi-Sabi กับความเป็นย่านเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ซึ่งประสบการณ์ส่วนตัวจากการเยี่ยมชมพบว่า การออกแบบเน้นการเก็บรักษาคุณค่าของสถาปัตยกรรมเดิม เช่น เพดานไม้สีเขียวและกระเบื้องดินเผาทำมือจากเชียงใหม่ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดและความสวยงามที่เกิดจากความไม่สมบูรณ์แบบในสไตล์นี้ นอกจากดีไซน์ที่โดดเด่นแล้ว Le Labo สาขานี้ยังมีความพิเศษตรงที่เป็น Street Boutique แห่งที่สองในไทย ต่อจากสาขาอารีย์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของแบรนด์และการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มคนรักน้ำหอมในหลากหลายบริบทเมือง นอกจากนี้ในเดือนกันยายน ยังเป็นช่วงเวลาที่ City Exclusives คอลเลกชันน้ำหอมที่หาซื้อได้เฉพาะเมืองต้นกำเนิดจะกลับมาจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกรวมทั้งไทย ทำให้เป็นโอกาสดีสำหรับแฟนน้ำหอมได้สัมผัสและเลือกซื้อกลิ่นแปลกใหม่หรือกลิ่นที่ตั้งใจตามหาระยะยาว จากมุมมองของการไปเยือนร้านเอง ร้านไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงจนหมดสิ้นความเป็นย่านทรงวาด แต่ยังคงความอบอุ่นและความเป็นชุมชนอย่างแท้จริง บรรยากาศในร้านทำให้รู้สึกผ่อนคลายเหมือนบ้าน และเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับนักออกแบบ ศิลปิน หรือผู้ที่ชื่นชอบกลิ่นหอมต่างๆ ที่ต้องการเลือกน้ำหอมคุณภาพสูงพร้อมประสบการณ์ร้านที่มีคอนเซปต์ลึกซึ้ง สรุปว่า Le Labo สาขาทรงวาดไม่เพียงแต่เป็นร้านน้ำหอม แต่ยังเป็นจุดเชื่อมโยงวัฒนธรรมร่วมสมัยเข้ากับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ที่สร้างประสบการณ์ช้อปปิ้งที่หลากหลายและมีคุณค่าเชิงศิลปะและวัฒนธรรมในตัว ท่านที่ชื่นชอบน้ำหอมและเทรนด์การออกแบบที่ให้ความสำคัญกับความสมบูรณ์แบบที่แตกต่างกันนั้น ควรหาโอกาสไปสัมผัสสาขานี้อย่างแน่นอน