Automatically translated.View original post

Regular after-work supplementary income. Invest 1,500. - Sales 50,000 +.

Selling food without a storefront

Who would have thought of making 50,000 + sales a month?

The investment is only 1,500.-

Do everything alone after work.

5 hours a day to pay the market, prepare things, do accounting.

Everyone just thinks they can't do it.

Although there are a lot of competitors, but we do not rely on discouragement.

The things that are made for sale must be sold. 🤟🏻😍

The sky believes that if it doesn't at least sell.

We have experience, find ways to develop, modify and try again.

# Lemon 8 Club

# Earning supplementary income

# What are you selling?

# Drug sign with lemon8

# Supplementary income

6/3 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังคิดว่า “ขายอะไรดีตอนเย็นหลังเลิกงาน” เราว่าขายอาหารเดลิเวอรี่เป็นตัวเลือกที่เริ่มง่ายและเห็นเงินไว โดยเฉพาะเมนูจานเดียวอย่าง “กะเพราหมูสับไข่ดาว”, “ข้าวไข่ข้นหมูสับกระเทียม” เพราะทำเร็ว วัตถุดิบหาง่าย และลูกค้าสั่งซ้ำได้บ่อยค่ะ เราเริ่มจากทุนประมาณ 1,500 บาท เน้นซื้อของเท่าที่ใช้จริงก่อน แล้วค่อยๆ เพิ่มสต๊อกตามยอดขาย ไม่กดดันตัวเองมาก สิ่งที่ช่วยให้ทำได้หลังเลิกงานคือ “จัดตารางเวลา” ให้ชัด เช่น เลิกงานปุ๊บแวะซื้อวัตถุดิบที่แหล่งซื้อประจำ (ตลาด/ซูเปอร์) เลือกของที่เก็บได้ 2–3 วัน เช่น ไข่ น้ำดื่ม เครื่องปรุง หมูสับแบ่งแช่ แล้วกลับมาพรีพของ 1–2 ชม. จากนั้นเปิดรับออเดอร์ช่วงเย็นยาวๆ อีก 2–3 ชม. รวมๆ ประมาณวันละ 5 ชม. ก็ยังไหวค่ะ ไอเดียทำให้ “ขายของหลังเลิกงาน” แล้วออเดอร์ไม่หลุด คือทำระบบง่ายๆ 3 อย่าง 1) ทำเมนูหลัก 2–3 เมนูพอ อย่าเพิ่งเยอะ จะคุมคุณภาพง่ายและทำทันเวลา 2) แพ็กเกจจิ้งต้องพร้อม: ชามกระดาษ/ฝาปิด/ช้อน/ทิชชู่/ถุงหูหิ้ว แยกโซนแพ็กให้หยิบง่าย ลดเวลาหน้างาน 3) ทำเช็กลิสต์หน้ากล่อง: เมนู-ระดับเผ็ด-ท็อปปิ้ง-เครื่องเคียง ป้องกันส่งผิด (ยิ่งมีออเดอร์เยอะยิ่งสำคัญ) เรื่องกำไรกับทุน 1,500 บาท แนะนำให้เริ่มจากการคำนวณต้นทุนต่อกล่องแบบตรงไปตรงมา (ข้าว+กับข้าว+ไข่+แพ็กเกจจิ้ง) แล้วบวกค่าแก๊ส/เครื่องปรุงแบบเฉลี่ย จากนั้นตั้งราคาที่เหลือกำไรพอสมควร อย่าถูกจนเหนื่อยฟรีค่ะ ถ้าช่วงแรกยังไม่มั่นใจ ให้ทำ “พิเศษหมูสับ” หรือ “เพิ่มไข่” เป็นอัปเซล เพิ่มกำไรต่อออเดอร์ได้ดีมาก อีกอย่างที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำคือรายละเอียดเล็กๆ เช่น แนบการ์ดเล็กๆ หรือแจกขนมในบางเทศกาล/บางออเดอร์ (เหมือนที่เราเคยทำช่วงปีใหม่) รวมถึงแบ่งขนม/น้ำให้พี่ๆ ไรเดอร์เป็นครั้งคราว เรารู้สึกว่าบรรยากาศการขายมันน่ารักขึ้น และหลายครั้งไรเดอร์ก็ช่วยดูแลของให้ดีขึ้นด้วยค่ะ สุดท้าย ถ้าคู่แข่งเยอะ อย่าเพิ่งท้อ ลองชูจุดเด่นให้ชัด เช่น “ทำสดทุกออเดอร์”, “ไข่ดาวกรอบ”, “ไข่ข้นนัว”, หรือ “ให้เครื่องแน่น” แล้วเก็บฟีดแบ็กมาปรับเรื่อยๆ ทำไปสักพักจะเริ่มจับทางได้เองว่าเวลาไหนขายดี เมนูไหนปัง และค่อยขยายยอดแบบไม่ฝืนค่ะ