คุณเล่าเรื่องแบบไหนให้ตัวเองฟัง?

ชีวิตของเราถูกหล่อหลอมขึ้นจาก

“เรื่องราวที่เราเล่าให้ตัวเองฟัง” ในทุกๆ วัน

.

แม้ฟังดูเกินจริงไปสักนิด ที่จะบอกว่า

ชีวิตของเราทุกคน หล่อหลอมขึ้นมาจาก

เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เราเล่าให้ตัวเองฟังในทุกๆ วัน

.

สมองของเราจะจดจำในสิ่งที่เราเลือกมาเล่า

แทนที่จะจดจำถึงเหตุการณ์นั้นๆ จริงๆ ครับ

น่าคิดใช่ไหมครับ

.

ดังนั้น ในแต่ละวันที่เราเผชิญเรื่องราวต่างๆ มากมาย

คุณกำลังเล่าเรื่องเหล่านั้นให้สมองคุณจดจำ

.

แต่คุณเชื่อไหมว่า

ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้น เป็นเหรียญที่มีสองด้าน

คุณสามารถ 'เลือก' ที่จะเล่าเรื่องจากด้านไหนก็ได้

ตามแต่ที่คุณ 'เลือก' ที่จะมองเห็นมัน

.

[ตัวอย่างเช่น]

ในวันที่คุณรีบร้อนมากๆ และ รีบวิ่งไปจนเกิดอุบัติเหตุสะดุดหกล้มเป็นแผลสาหัส ทำให้คุณพลาดงานสำคัญไป

คุณจะเลือกเล่าเรื่องนี้ให้ตัวเองฟังแบบไหน?

.

1) บอกเล่าด้วยความรู้สึก "แย่"

วันนี้แม่งโคตรซวยเลย ทำไมเราต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วยนะ (เกิดความคิดว่า "เกิดแต่กับกู" ลอยขึ้นมาในหัว) และ พาลไปโทษฟุตบาทที่มันไม่สม่ำเสมอกัน จนทำให้สะดุดล้ม (คุณเล่าให้ตัวเองฟังว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดคุณ ชี้นิ้วกล่าวโทษสิ่งอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฟุตบาทหรือโชคชะตา)

.

2) บอกเล่าด้วยความรู้สึก "มีพลัง" ที่จะลุกขึ้นลุยต่อ

แม้จะเสียดายที่วันนี้พลาดโอกาสที่จะได้เสนองานสำคัญ แต่โอกาสหน้าก็ยังมี และที่สำคัญโชคดีที่เราไม่เป็นอะไรมาก แค่เข่าถลอกเป็นแผล 2-3 สัปดาห์ก็น่าจะหายดี คราวหน้า ต้องระวังมากขึ้น และ เผื่อเวลาให้มากขึ้น จะได้ไม่ต้องรีบร้อนจนเกิดอุบัติเหตุอีก (คุณเล่าให้ตัวเองฟัง ว่าเรื่องราวทั้งหมด เกิดขึ้นเพราะความบกพร่องบางอย่างของตัวคุณเอง)

.

ทั้งสองเรื่องเล่า เกิดจาก เหตุการณ์เดียวกัน

แต่ตัวคุณที่เล่าในแต่ละเรื่อง มองเหตุการณ์นั้น จากคนละมุม และ คุณเลือกได้ครับ ว่า จะเล่าเรื่องแบบไหนให้ตัวเองฟัง

.

ทุกครั้งที่เราต้องเจอเรื่องราวมากมายในแต่ละวัน...

อย่าลืมว่าเรามีสิทธิ์ 'เลือก' ที่จะเล่าเรื่องนั้นให้ตัวเองฟังเสมอ และเรื่องราวเล็กๆ เหล่านี้ จะเป็นตัวกำหนดว่า 'ชีวิต' ที่คุณกำลังจะสร้างจะเป็นแบบไหน

.

บทความนี้ ตกผลึกและเรียบเรียงมาจากหนังสือ ชีวิตที่ร่างเอง - นิ้วกลม ครับ (พิกัดอยู่ใน bio ครับ

.

ขอบคุณครับ 🙏

.

.

#หนังสือน่าอ่าน

#พัฒนาตัวเอง

#อ่านหนังสือ

#รีวิวหนังสือ

#หนังสือ

2025/8/23 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในชีวิตประจำวัน เรื่องราวที่เราเล่าให้ตัวเองฟังมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อทัศนคติ ความรู้สึก และการตัดสินใจของเรา ตามที่บทความได้ชี้ให้เห็นว่า สมองของเรามักจะจดจำสิ่งที่เราเลือกมาเล่า มากกว่าที่จะจดจำเหตุการณ์นั้นตรงๆ ดังนั้น การฝึกเล่าเรื่องในแง่บวกจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นได้อย่างมหาศาล การเข้าใจว่า "ทุกเรื่องราวมีสองด้าน" และเราสามารถเลือกได้ว่าจะเล่าเรื่องนั้นด้วยมุมมองบวกหรือมุมมองลบ ไม่เพียงช่วยลดความเครียดและความทุกข์จากเหตุการณ์ไม่ดี แต่ยังช่วยเปิดโอกาสให้เรามีพลังใจ กล้าเผชิญกับความท้าทาย และเรียนรู้จากประสบการณ์นั้นๆ ด้วย ความตั้งใจที่จะมองเห็นด้านบวกจะทำให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้นและช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจที่เข้มแข็ง ตัวอย่างในบทความ เช่น เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการรีบร้อนก่อนงานสำคัญ เราสามารถเล่าเรื่องนี้ให้ตัวเองฟังในสองแบบคือ เล่าในแง่ลบว่าเป็นความโชคร้ายและโทษสิ่งอื่น หรือเล่าในแง่บวกว่า "เรายังโชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง และจะเตรียมตัวให้ดีขึ้นในอนาคต" นี่เป็นการฝึกคิดเชิงบวกที่แท้จริง และเป็นกลไกที่ช่วยให้เราปรับตัวและเติบโต นอกจากนี้ การเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์ต่อตัวเองยังสัมพันธ์กับความเป็นจริงและความรับผิดชอบต่อตัวเองอย่างตรงไปตรงมา เช่น การยอมรับว่าความบกพร่องบางอย่างของตัวเองอาจเป็นสาเหตุของเหตุการณ์นั้น ๆ และพร้อมที่จะปรับปรุงแก้ไข สิ่งนี้ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพในการพัฒนาตัวเองอย่างจริงจัง การอ่านหนังสือและเรียนรู้แนวคิดต่างๆ จากหนังสือ "ชีวิตที่ร่างเอง" ของนิ้วกลม ซึ่งเป็นแหล่งแรงบันดาลใจให้กับบทความนี้ จะช่วยสร้างความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับการเล่าเรื่องต่อตัวเอง พร้อมกับการพัฒนาตนเองในด้านอื่นๆ เช่น การรับมือกับความล้มเหลว การเสริมสร้างความเชื่อมั่น และการวางแผนชีวิตอย่างมีสติ การฝึกเล่าเรื่องในแต่ละวันต่อสมองของเราว่าเรื่องราวนั้นเกิดจากมุมไหน ช่วยให้เรากลายเป็นผู้ควบคุมชีวิตและจิตใจของตนเองได้มากกว่าเดิม ดังนั้น ไม่ว่าจะเผชิญกับสถานการณ์ใด ขอให้จำไว้เสมอว่า คุณมีสิทธิ์เลือกเล่าเรื่องนั้นให้ตัวเองฟังอย่างสร้างสรรค์เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น

ค้นหา ·
ช่วยเล่าเรื่องตัวเองให้ฟังหน่อย