ชวนอ่าน | จักรกลของหัวใจ

เรื่องราวของเด็กชายที่เกิดในคืนอันเหน็บหนาวจนหัวใจใช้การไม่ได้ คุณหมอที่ช่วยทำคลอดจึงใช้นาฬิกาแทนหัวใจเพื่อให้เด็กชายมีชีวิตรอด เวลาผ่านไปเด็กชายเติบใหญ่และมีความรัก แต่คุณหมอกลับห้ามไม่ให้เขามีความรักเพราะนาฬิกาจะทำให้เขาเจ็บปวดและอาจถึงตายได้

.

นิยายแนวสัจนิยมมหัศจรรย์ ที่เนื้อหาอาจจะไม่ค่อยทำงานกับเราเท่าไร แต่ก็ตามอ่านจนจบเพราะชอบสำนวนการแปลและเรื่องราวหลังจากแจ๊คออกจากบ้าน ก็ค่อนข้างชวนให้เพลิดเพลินและเศร้าใจเป็นบางครา

.

สิ่งที่ไม่เก็ตอาจจะเป็นเพราะตัวละครอายุน้อยมาก ๆ แต่มีความรักในแบบผู้ใหญ่ (แต่ก็เข้าใจได้เพราะเรื่องอาจจะเขียนมานานแล้ว) ซึ่งพาร์ตความรักเป็นอะไรที่ไม่อินเลย

.

แต่ชอบคาแรกเตอร์คุณหมอ แต่น่าเสียดายที่ออกมาน้อยไปหน่อย ชอบความรักระหว่างคุณหมอกับแจ๊คมากกว่า ส่วนเรื่องหัวใจ เรามองว่าจริง ๆ แล้วแจ๊คนั้นมีหัวใจ แต่คุณหมอเลือกที่จะใส่นาฬิกาเพื่อปกป้องเด็กชายจากความทุกข์มากกว่า เพราะจริง ๆ แล้วแม่ของแจ๊คที่เป็นโสเภณีไม่ได้ต้องการลูกคนนี้เลย คุณหมอเลยเลือกที่จะปกป้องหัวใจของแจ๊คโดยการบอกว่าอย่ามีความรักเลย

.

แต่สุดท้ายแจ๊คก็ปรารถนาที่จะมีความรัก ซึ่งก็อาจจะเป็นสิ่งที่นักเขียนต้องการจะบอกเราว่า บางครั้งการห้ามไม่ให้เด็กออกไปเผชิญหน้ากับความรู้สึกผิดหวัง ความทุกข์ ก็อาจจะทำให้เขาอ่อนแอ จนไม่กล้าเผชิญหน้าสิ่งต่าง ๆ ต้องไม่ลืมว่า ชีวิตเป็นของเขาให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเองดีที่สุด

.

ชื่อหนังสือ : จักรกลของหัวใจ

ผู้เขียน : มาเธียส มาลซิเยอ

ผู้แปล : ภชภร นิชชากร

สำนักพิมพ์ : วรรข

#จักรกลของหัวใจ #รีวิวหนังสือ #readingjournal #journaling #อ่านตามlemon8

6 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์การอ่านนิยายแนวสัจนิยมมหัศจรรย์เรื่องนี้ ผมพบว่า "จักรกลของหัวใจ" ไม่เพียงแต่เล่าเรื่องราวเหนือจริงที่มีนาฬิกาแทนหัวใจแท้จริงแล้ว ยังแฝงข้อคิดเกี่ยวกับการเผชิญหน้ากับความรู้สึกและความเจ็บปวดของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง นักอ่านจะได้รับการกระตุ้นให้คิดถึงว่าหัวใจนั้นไม่ใช่แค่สิ่งที่เต้นอยู่ภายใน แต่เป็นสัญลักษณ์ของการใช้ชีวิตและการได้สัมผัสความรักอย่างแท้จริง สำหรับตัวละครแจ๊ค เด็กชายที่ต้องอาศัยนาฬิกาแทนหัวใจ ความแตกต่างนี้สร้างปมและความสับสนให้กับตัวเขา ทั้งความต้องการรักและความกลัวที่จะเจ็บปวด ผมรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างแจ๊คกับคุณหมอที่ช่วยเหลือเขา เป็นองค์ประกอบที่สะท้อนถึงความหวังและความกลัวที่เกิดจากการปกป้องที่มากเกินไปในชีวิตจริงของเรา เรื่องราวยังสะท้อนความจริงที่ว่าแม้เราจะอยากปกป้องคนที่รักไม่ให้เจ็บช้ำ แต่การห้ามไม่ให้เขาได้สัมผัสความรักหรือผิดหวัง ก็อาจทำให้เขาขาดโอกาสเรียนรู้และเติบโตอย่างแท้จริง ในชีวิตจริง ผมเห็นว่าการเปิดใจรับความรู้สึกทุกชนิด ทั้งสุขและทุกข์ เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตทางใจที่สำคัญ การแปลของภชภร นิชชากร ก็ช่วยส่งเสริมให้ภาษาในเรื่องนี้มีความอบอุ่นและน่าติดตาม ทำให้อ่านแล้วรู้สึกเหมือนได้พูดคุยกับใครบางคนที่เข้าใจการต่อสู้ภายในจิตใจ สรุปแล้ว "จักรกลของหัวใจ" เป็นนิยายที่ไม่เพียงแค่เรียกความสนใจจากผู้อ่านที่ชื่นชอบงานแฟนตาซีและนิยายความรู้สึก แต่ยังเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเรื่องการเติบโตทางอารมณ์และบทเรียนชีวิต ผมแนะนำให้ทุกคนที่อยากเข้าใจหัวใจของตัวเองและผู้อื่นได้ลองอ่านดูนะครับ