Automatically translated.View original post

"The smell of sour feet" may be vulnerable to these 5 diseases # Pharmacorugby

2025/8/15 Edited to

... Read moreหลายคนคิดว่า “เหม็นเปรี้ยว” คือแค่อาบน้ำไม่สะอาด แต่จากที่เจอคนรอบตัวบ่นเรื่องเท้ามีกลิ่นบ่อยๆ จริงๆ กลิ่นเปรี้ยวมักมาจาก “เหงื่อ + ความอับ + เชื้อจุลินทรีย์” พอเหงื่อออก (โดยเฉพาะคนที่เหงื่อออกง่าย/เหงื่อออกไม่เป็นเวลา หรือใส่รองเท้าปิดทั้งวัน) แบคทีเรียจะย่อยเหงื่อและไขมันบนผิว เกิดเป็นกลิ่นเปรี้ยวๆ ได้ ยิ่งถุงเท้าอับ รองเท้าไม่แห้ง หรือพื้นรองเท้าอมเหงื่อ กลิ่นจะยิ่งชัดมาก ถ้ากลิ่นมาพร้อมอาการที่ผิวเท้า ให้ลองสังเกต “สัญญาณเตือน” เพราะอาจเกี่ยวกับโรคผิวหนังที่พบบ่อย เช่น 1) ฮ่องกงฟุต/น้ำกัดเท้า: คัน แสบ ผื่นแดง หนังลอก โดยเฉพาะซอกนิ้วเท้า เท้าเปื่อยเมื่ออับชื้นนานๆ 2) เชื้อราที่เท้า/กลาก: เป็นวงๆ แดง คัน ลอก และมักกำเริบเวลาเหงื่อออก 3) เกลื้อน: ผื่นเป็นดวงสีขาว/น้ำตาล/ชมพู (มักเจอที่ลำตัวมากกว่าเท้า แต่คนเหงื่อเยอะก็เป็นได้) 4) การติดเชื้อแบคทีเรียจากความอับ: กลิ่นแรงแบบเปรี้ยวฉุน อาจมีผิวเปื่อยหรือมีรอยแตก 5) หิด: คันมาก โดยเฉพาะกลางคืน มีผื่น/ตุ่มน้ำใส และติดต่อได้จากการใกล้ชิดหรือใช้ของร่วมกัน วิธีดูแลแบบทำตามได้จริง (ช่วยทั้งกลิ่นเท้าเหม็นและกลิ่นตัวเปรี้ยว) - ทำให้ “แห้ง” ก่อนเสมอ: ล้างเท้าแล้วเช็ดซอกนิ้วให้แห้งมากๆ (จุดนี้หลายคนพลาด) ถ้ารีบ ใส่ถุงเท้าทั้งที่ยังชื้น กลิ่นจะวนกลับมา - สลับรองเท้า: พยายามมีอย่างน้อย 2 คู่ สลับใส่ให้รองเท้าได้แห้ง 24 ชม. และตากในที่อากาศถ่ายเท - เปลี่ยนถุงเท้าระหว่างวันถ้าเหงื่อเยอะ: โดยเฉพาะวันที่เดินเยอะ/ฝนตก/ต้องใส่รองเท้าผ้าใบทั้งวัน - เลือกถุงเท้าให้ระบายอากาศ: ผ้าฝ้ายหรือผ้าที่ซับเหงื่อดี ลดการอับชื้นได้มาก - ถ้ามีผื่นคันลอกแบบเข้าข่ายเชื้อรา: ดูแลความสะอาดและความแห้งร่วมกับการใช้ยาทาฆ่าเชื้อรา (เช่น clotrimazole) ต่อเนื่องตามฉลาก/คำแนะนำ ไม่หยุดทันทีที่ดีขึ้น - หลีกเลี่ยงการใช้ “สเตียรอยด์เดี่ยวๆ” ในผื่นที่สงสัยเชื้อรา: บางคนทาแล้วเหมือนยุบ แต่เชื้อราลามและกลับมาเป็นหนักกว่าเดิม ควรไปพบแพทย์/เภสัชกรทันทีถ้า: คันมากจนรบกวนการนอน, มีน้ำเหลือง/หนอง/ปวดบวมแดง, แตกเป็นแผล, เป็นซ้ำบ่อยแม้ดูแลดีแล้ว หรือสงสัยหิดเพราะมีคนใกล้ชิดคันพร้อมกัน สรุปคือ กลิ่นเปรี้ยวกับเท้ามีกลิ่นมักเริ่มจากความอับและเหงื่อ แต่ถ้ามีผื่นคันลอก เปื่อยซอกนิ้ว หรือคันกลางคืนมากๆ อย่ามองข้าม เพราะอาจเป็นฮ่องกงฟุต กลาก หรือหิดได้ การทำให้เท้าแห้ง สลับรองเท้า และรักษาให้ตรงสาเหตุ จะช่วยให้กลิ่นลดลงแบบเห็นได้ชัด