Automatically translated.View original post

The more stressful, the more foul it really is # Pharmacopoeia Rugby # Pharmacopoeia

1/25 Edited to

... Read moreถ้าคุณกำลังค้นหาว่า “กลิ่นตัวแรงทำยังไง” เราเป็นคนหนึ่งที่เคยเจอปัญหานี้เหมือนกัน โดยเฉพาะวันที่เครียด นอนน้อย หรือรีบๆ เหงื่อออกง่าย จะรู้สึกว่ากลิ่นตามจุดอับ (รักแร้ ขาหนีบ ใต้ราวนม เท้า) มาไวและแรงขึ้นจนเสียความมั่นใจ ยิ่งเครียดยิ่งเหม็นจริงไหม? จากที่สังเกตตัวเอง “ความเครียดไม่ได้ทำให้เหงื่อเหม็นทันที” แต่ความเครียดทำให้เหงื่อออกมากขึ้น และเหงื่อที่มากขึ้นไปเจอกับแบคทีเรียบนผิว รวมกับไขมัน+โปรตีนที่ผิว/เหงื่อมีอยู่ จึงเกิดกลิ่นได้ง่ายขึ้น พอวันไหนใส่เสื้อรัด อากาศร้อน หรืออับชื้น ก็ยิ่งชัดเจน สิ่งที่ลองแล้วช่วยได้จริง (ทำเป็นรูทีน) 1) อาบน้ำให้ถูกจุด: เน้นถูบริเวณ “จุดอับ” ให้สะอาดเป็นพิเศษ วันไหนเหงื่อออกมากอาจอาบเพิ่มอีก 1 รอบ และซับตัวให้แห้งสนิทก่อนใส่เสื้อผ้า 2) เลือกผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิว: ถ้าผิวระคายเคืองง่าย ควรเลี่ยงการขัดแรงๆ หรือใช้อะไรที่ทำให้แสบ เพราะผิวอักเสบจะทำให้เหงื่อ/กลิ่นจัดการยากขึ้น ฉันจะมองหาตัวที่เน้นทำให้ผิวหอมสะอาดและสดชื่น และเหมาะกับการ “กำจัดกลิ่นกาย/ลดกลิ่นจุดอับ” 3) จัดการเสื้อผ้า: เสื้อที่มีกลิ่นหมักแม้ซักแล้ว อาจเป็นคราบเหงื่อสะสม ลองแช่ก่อนซัก และตากแดด/ที่อากาศถ่ายเทให้แห้งจริงๆ เสื้อผ้าอับคือสาเหตุที่ทำให้ทาอะไรก็ไม่ค่อยอยู่ 4) ลดความอับระหว่างวัน: พกทิชชู่/ผ้าเช็ดตัวซับเหงื่อ เปลี่ยนเสื้อเมื่อจำเป็น และเลือกผ้าที่ระบายอากาศดี จะช่วยให้กลิ่นไม่ “ก่อตัว” ระหว่างวัน 5) ลดตัวกระตุ้นที่ทำให้เหงื่อพุ่ง: สำหรับฉัน คาเฟอีนจัด อาหารเผ็ดจัด และความเครียดสะสมทำให้เหงื่อออกง่ายขึ้น ลองค่อยๆ ปรับและนอนให้พอ จะเห็นความต่างชัด ถ้าคุณเป็นคน “กลิ่นตัวแรงมากๆ ใช้อะไรก็ไม่หาย” ให้ลองเช็ก 3 อย่างนี้เพิ่ม: (1) เป็นกลิ่นจากเสื้อผ้าหรือผิวกันแน่ (2) มีผื่น/คัน/อักเสบที่จุดอับไหม (3) เหงื่อออกมากผิดปกติหรือมีโรคประจำตัว/ยาที่ทำให้กลิ่นเปลี่ยนหรือไม่ สรุปคือ ปัญหากลิ่นตัวแรงมักมาจากแบคทีเรีย+เหงื่อ+ความอับ การทำความสะอาดจุดอับให้ถูกวิธี เลือกของที่อ่อนโยนต่อผิว และดูแลเสื้อผ้า/ความเครียดไปพร้อมกัน จะช่วยให้กลิ่นลดลงแบบยั่งยืนและมั่นใจขึ้นมาก