Automatically translated.View original post

Buffy experimented with planting the first "Swiss Shard" in life!

Seen in the app for sale, click to order without finding any information at all 😅

I thought I'd grow it like a salad, but Paul fell back when I was small.

.

Months tried to take care of it the way it used to do with salads, but it didn't seem to work.

So he found out he was in the same family as Beetroot, 50 to 60 days old.

Many benefits, both vitamins and minerals.

.

But this time, the younger of the month "falls" before the harvest. 😅

Therefore withdrew the whole root around the next time to try again

Anyone who has planted you until you survive, suggest a technique for a month. 🙏# Small garden house of the month # duanslittlegarden # Agriculture is satisfied # Refreshing villa # This clip must be shared

2025/9/5 Edited to

... Read moreสวิสชาร์ด (Swiss chard) เป็นผักที่อยู่ในตระกูลเดียวกับบีทรูท มีลักษณะใบใหญ่ สีสันสดใส และเป็นที่นิยมเพราะมีสารอาหารหลากหลาย เช่น วิตามิน A, C, K และแร่ธาตุอย่างแมกนีเซียม ธาตุเหล็ก ซึ่งช่วยเสริมสุขภาพได้ดีมาก สำหรับมือใหม่ที่สนใจทดลองปลูกสวิสชาร์ด การเตรียมดินเป็นหัวใจสำคัญ ควรใช้ดินร่วนซุยที่ระบายน้ำดี เพราะสวิสชาร์ดไม่ชอบดินแฉะ และที่สำคัญคือต้องปลูกในจุดที่มีแสงแดดเพียงพอประมาณ 4-6 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อปลูกแล้ว ควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่ให้แฉะจนเกินไป ถ้าดินแห้งมากเกินไปจะทำให้ต้นเหี่ยวหรือล้มง่าย ส่วนการให้ปุ๋ย สามารถใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเติมลงดินก่อนปลูก และเสริมด้วยปุ๋ยสูตรเสมอในระหว่างปลูกเพื่อช่วยเสริมสารอาหาร สำหรับอายุการเก็บเกี่ยวของสวิสชาร์ดจะอยู่ที่ประมาณ 50-60 วันหลังปลูก ซึ่งช่วงนี้ใบจะเริ่มโตเต็มที่และพร้อมรับประทานได้แล้ว นอกจากนี้ สวิสชาร์ดยังมีประโยชน์หลากหลายด้าน เช่น ช่วยบำรุงสายตา เสริมระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผักสุขภาพเองที่บ้าน หากใครเจอปัญหาน้องสวิสชาร์ดล้มง่าย แนะนำให้ตรวจสอบสภาพดินและน้ำว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ และอาจใช้วิธีเสริม支撑ต้นไม้เล็กๆ เพื่อช่วยพยุงต้นในช่วงเริ่มโต ช่วยเพิ่มโอกาสให้ต้นแข็งแรงและเจริญเติบโตได้ดีขึ้น ลองเพิ่มกิจวัตรเช่นการสังเกตอาการของต้น และมีการปรับเปลี่ยนวิธีปลูกตามสภาพอากาศและดินภายในบ้าน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีขึ้นและเก็บเกี่ยวอย่างประสบความสำเร็จในครั้งต่อไป