Step quince shell casing
# Small garden house of the month # duanslittlegarden # Refreshing villa # Agriculture is satisfied # quince
ช่วงที่ได้ “ลูกมะตูม” มาจากสวนหรือซื้อมะตูมสดตามตลาด เรามักงงว่าควรใช้แบบมะตูมอ่อนหรือมะตูมสุก และปลอกเปลือกยังไงให้ปลอดภัยไม่ลื่นมือ เลยสรุปจากที่ทำเองบ่อยๆ มาเป็นแนวทางค่ะ 1) เลือกมะตูมสดให้เหมาะกับงาน - มะตูมอ่อน: เปลือกยังเขียว เนื้อค่อนข้างแน่น กลิ่นยังไม่หอมมาก เหมาะทำดอง/แช่อิ่มบางสูตร หรือหั่นบางๆ ไปตากให้แห้ง (ต้องใช้แรงหั่นมากกว่าหน่อย) - มะตูมสุก: เปลือกออกเหลือง-น้ำตาล แข็งแต่กลิ่นหอมชัด เนื้อเริ่มนุ่มกว่า เหมาะทำชามะตูม เพราะหอมหวานตามธรรมชาติ ทริคเล็กๆ คือเลือกผลที่ไม่มีรอยช้ำหรือราขาวที่ขั้ว เพราะด้านในอาจเริ่มเสียได้ค่ะ 2) ล้างก่อนปลอก ลดคราบยางและฝุ่น ล้างทั้งผลด้วยน้ำไหล แล้วแช่น้ำผสมเกลือนิดหน่อย 5–10 นาที จากนั้นขัดผิวเบาๆ (โดยเฉพาะร่องตรงขั้ว) แล้วซับให้แห้งก่อนเริ่มปลอก จะจับถนัดขึ้นและลดลื่นมือ 3) วิธีปลอกเปลือกมะตูม (ทำได้ทั้งอ่อนและสุก) - เตรียมมีดคม + เขียงที่ไม่ลื่น (รองผ้าชุบน้ำหมาดใต้เขียง) - ตัดหัว-ท้ายออกเล็กน้อยเพื่อทำ “ฐาน” ให้ผลตั้งได้ - ใช้วิธีปาดจากบนลงล่างเป็นแถบๆ รอบลูก คล้ายปลอกสับปะรด จะคุมมีดง่ายกว่าปอกวนรอบๆ - ถ้าเป็นมะตูมสุกที่เปลือกแข็งมาก: ผ่าเป็น 4 เสี้ยวก่อน แล้วค่อยปาดเปลือกแต่ละชิ้น จะใช้แรงน้อยลง หมายเหตุ: เนื้อมะตูมอาจมียางบางๆ ใส่ถุงมือจะสบายมือขึ้นค่ะ 4) ผ่า-คว้านแกนและเมล็ด ผ่ามะตูมเป็นแว่น/เป็นชิ้นตามต้องการ แล้วใช้มีดเล็กคว้านส่วนแกนแข็งและเมล็ดออก (เมล็ดมีเมือก เวลาอบ/ตากจะติดและทำให้แห้งช้าลง) 5) เตรียมทำชามะตูมแบบง่ายๆ - หั่นแว่นหนาประมาณ 0.5–1 ซม. - ตากแดดจัด 2–3 แดด หรืออบที่ 70–90°C จนแห้งสนิท - เก็บในขวดแห้งสนิท กันชื้น ชงดื่ม: ใช้มะตูมแห้ง 2–3 ชิ้น ต่อน้ำร้อน 1 แก้ว แช่ไว้ 5–10 นาที กลิ่นหอมมากค่ะ 6) สรรพคุณมะตูมสุกที่คนชอบพูดถึง (แบบเล่าจากประสบการณ์) หลายคนดื่มชามะตูมเพราะความหอมและความอุ่นสบายท้อง โดยเฉพาะหลังอาหารหรือวันที่อยากดื่มอะไรไม่หวานจัด แต่ถ้ามีโรคประจำตัว/ตั้งครรภ์/ต้องคุมอาหาร แนะนำดื่มในปริมาณพอดี และถ้ามีอาการผิดปกติควรหยุดก่อนนะคะ ทำตามนี้จะปลอกเปลือกมะตูมได้ง่ายขึ้น ไม่เสียเนื้อ และพร้อมเอาไปทำชามะตูม/แปรรูปแบบที่ชอบได้เลยค่ะ