ทองคำดิ่งแรงกว่า 100 เหรียญ! ตลาดผันผวนหนักจากแรงกดดันสงคราม

ราคาทองคำโลกเผชิญแรงขายอย่างหนัก หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง โดยเฉพาะการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และแผนเจรจาของสหรัฐฯ ที่ล้มเหลว ส่งผลให้ความไม่แน่นอนในตลาดการเงินพุ่งสูงขึ้นทันที แม้จะมีความพยายามยืดเวลาหยุดยิง แต่ภาพรวมยังคง “เปราะบาง” และพร้อมผันผวนตลอดเวลา

ล่าสุดราคาทองคำร่วงลงกว่า 100 เหรียญ มาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,750 เหรียญ โดยยังอยู่ในลักษณะ Sideways ระยะสั้น และ “วิ่งตามข่าว” เป็นหลัก ขณะที่นักลงทุนยังไม่เห็นสัญญาณเลือกทิศทางที่ชัดเจน

แรงสั่นสะเทือนนี้ไม่ได้เกิดกับทองคำเพียงอย่างเดียว

Silver ย่อตัวลงจากระดับ 80 เหรียญ มาอยู่แถว 77.70 เหรียญ

ขณะที่ “น้ำมัน” กลับพุ่งขึ้นราว 4% จากความกังวลด้านอุปทาน

ด้านดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย และเงินบาทอ่อนค่ามาที่ประมาณ 32.20 บาท

ในมุมเทคนิค ราคาทองคำยังแกว่งในกรอบ

📉 แนวรับ: 4,700 – 4,650 เหรียญ

📈 แนวต้าน: 4,800 – 4,850 เหรียญ

ส่วนทองคำไทย

📉 แนวรับ: 71,500 บาท

📈 แนวต้าน: 73,500 บาท

อีกหนึ่งประเด็นที่ต้องจับตา คือการเปลี่ยนผ่านผู้นำ ธนาคารกลางสหรัฐ โดยมีการพิจารณาผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่อย่าง เควิน วอร์ช ขณะที่วาระของ เจอโรม พาวเวล กำลังจะสิ้นสุดในเดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจเป็นอีกตัวแปรสำคัญต่อทิศทางตลาดการเงินโลก

ตลาดตอนนี้ “ไม่ได้กลัวอย่างเดียว…แต่กำลังสับสน”

ทองคำที่เคยเป็น Safe Haven ยังแกว่งแรงตามข่าว

สะท้อนว่าความไม่แน่นอนยังอยู่ในระดับสูงมาก

และหากท่านใดสนใจรับรีเบตคืน ทักแชดมาได้เลยย แอดมินยินดีให้บริการตลอดการเทรดเลยค่า 🥰🙏

#เทรดเดอร์ #เศรษฐกิจ #รีเบท #traderrefund #เทรดทอง

4/22 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในฐานะที่เคยติดตามราคาทองคำมาอย่างใกล้ชิด ผมสังเกตว่าในสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เช่น กรณีสงครามและข้อพิพาทในตะวันออกกลาง จะเห็นว่าทองคำที่ปกติแล้วเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) กลับมีความผันผวนสูงและราคาดิ่งลงอย่างรวดเร็ว อย่างล่าสุดหลังมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซและข้อเสนอเจรจาล้มเหลว ราคาทองลดลงมากกว่า 100 เหรียญ นี่สะท้อนว่าผู้ลงทุนกำลังมีความกังวลอย่างมากถึงผลกระทบต่ออุปทานและเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ ตลาดเงินตราและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ อย่าง Silver และน้ำมันก็มีความเคลื่อนไหวตามข่าว ทำให้ภาพรวมตลาดเกิดความสับสนและไม่มีทิศทางชัดเจน ด้วยเหตุนี้ ผมแนะนำให้แตะตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและมองหาสัญญาณทางเทคนิคประกอบการตัดสินใจ เช่น แนวรับและแนวต้านของราคาทองคำ ช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนในระยะสั้น อีกเรื่องที่น่าสนใจคือการเปลี่ยนแปลงผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่ออัตราดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์ ตรงนี้ก็เป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม เพราะอาจทำให้ตลาดการเงินโลกได้รับแรงกดดันเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ในประสบการณ์ส่วนตัว การติดตามการเคลื่อนไหวของหลายปัจจัย และการประเมินทางเทคนิคแบบรอบด้าน ช่วยให้การลงทุนในทองคำและสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนนี้ มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีมากขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม