Automatically translated.View original post

Stick to your mobile phone, be careful of your fingers.

5 days agoEdited to

... Read moreเมื่อเราใช้มือถือบ่อยๆ หรือใช้นิ้วมือทำงานซ้ำๆ เช่น การพิมพ์คีย์บอร์ด เล่นมือถือ หรือการถือของหนัก อาจทำให้เกิดอาการนิ้วล็อค (Trigger Finger) หรือที่เรียกกันในทางการแพทย์ว่า A1-pulley syndrome ได้ง่ายขึ้น จากประสบการณ์ส่วนตัวและข้อมูลทางการแพทย์ที่ได้ศึกษาพบว่า นิ้วล็อคเกิดจากการอักเสบและหนาตัวของปลอกหุ้มเอ็นกล้ามเนื้อที่นิ้วมือ ทำให้เอ็นเคลื่อนผ่านได้ลำบาก ซึ่งถ้าไม่ดูแลรักษาจะเกิดภาวะนิ้วล็อคที่รุนแรงขึ้นจนไม่สามารถเหยียดนิ้วออกได้เอง ต้องใช้มืออีกข้างช่วยง้างนิ้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก โดยทั่วไปอาการของนิ้วล็อคแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ 1. ปวดบริเวณโคนของนิ้วมือเมื่อขยับ 2. เริ่มมีอาการสะดุดเวลาขยับนิ้ว 3. นิ้วล็อคและต้องใช้มืออีกข้างช่วยง้างออก 4. นิ้วล็อคติดจนไม่สามารถขยับได้เลย วิธีป้องกันและดูแลตัวเอง มีดังนี้ - ฝึกบริหารมือและนิ้วตามท่าที่แนะนำ เช่น กางนิ้ว ยืดนิ้ว ทำซ้ำๆ เพื่อช่วยลดความตึงของปลอกหุ้มเอ็น - หลีกเลี่ยงการกางนิ้ว หรือทำท่าเดิมนานๆ ติดต่อกันเกิน 20 วินาที จนเกินไป - หากมีอาการปวดหรือสะดุด ควรแช่น้ำอุ่นเพื่อให้กล้ามเนื้อและปลอกเอ็นผ่อนคลาย - พยายามลดการใช้งานมือหนักหรือหิ้วของแน่นๆ ในกรณีที่อาการไม่ดีขึ้น ควรปรึกษาแพทย์หรือคลินิกกายภาพบำบัดเพื่อรับคำแนะนำและการรักษาเฉพาะทาง ในคลินิกกายภาพบำบัดจะมีท่าบริหารที่เหมาะสม และเครื่องมือช่วยคลายกล้ามเนื้อ รวมถึงการนวด คลึง เพื่อบรรเทาอาการ จากการลองทำท่าบริหารมือและนิ้วตรงนี้ช่วยได้มาก รู้สึกนิ้วมือยืดหยุ่นขึ้นและลดอาการตึงตามโคนมือได้อย่างเห็นผล สำหรับใครที่ติดมือถือหรือใช้มือเยอะ แนะนำให้ทำท่าบริหารเหล่านี้เป็นประจำ จะช่วยป้องกันนิ้วล็อคและอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ