Personal color testing at thammasat university

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
2025/10/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมใครกำลังหา “personal color test” แล้วสงสัยว่าทำไปเพื่ออะไร บอกเลยว่ามันช่วยให้แต่งตัวและแต่งหน้า “ง่ายขึ้น” แบบเห็นผลจริง โดยเฉพาะวันที่ไม่รู้จะเลือกสีอะไรดีให้หน้าไม่หมอง จากประสบการณ์ที่ไปทดสอบแบบจับผ้าดรอป (เอาผ้าสีต่าง ๆ มาทาบใกล้หน้า) ขั้นตอนจะเริ่มจากล้าง/ลดเมคอัพให้เหลือน้อยที่สุด แล้วผู้เชี่ยวชาญจะให้เราใส่ผ้าคลุมหรือรวบผมเพื่อไม่ให้สีผมรบกวน จากนั้นจะมีผ้าหลายเฉดมาก ทั้งโทนเหลืองอ่อน ฟ้าอ่อน ชมพูอ่อน เขียวอมฟ้า เขียว และเหลือง (สีพวกนี้พอทาบแล้วเห็นเลยว่าหน้าสว่างหรือดรอป) สิ่งที่เขาดูหลัก ๆ คือ 1) ผิวดูสว่างขึ้นไหม 2) ใต้ตาดูคล้ำขึ้นหรือจางลง 3) รอยแดง/รอยสิวเด่นขึ้นไหม 4) เงาบนหน้าแข็งหรือดูละมุน 5) ฟันดูเหลืองไหม ฟังเหมือนเล็กน้อย แต่พอเทียบผ้าสองสีติดกัน ความต่างชัดมาก บางสีทำให้หน้าดูใสเหมือนเปิดไฟ บางสีทำให้หน้าหมองทันที ผลที่ได้มักสรุปเป็นโทนอุ่น/โทนเย็น และต่อด้วย “ฤดูกาล” (เช่น Autumn/Winter เป็นต้น) เพื่อเอาไปใช้เลือกพาเลตสีที่เข้ากับเรา ถ้าอยู่กลุ่มโทนอุ่น ก็มักจะถูกกับสีที่มีฐานเหลืองหรือส้มมากขึ้น ส่วนโทนเย็นจะเข้ากับสีที่มีฐานฟ้าหรือชมพูมากกว่า แต่ไม่ใช่กฎตายตัว เพราะยังมีเรื่องความสว่าง-ความหม่น (bright vs muted) ด้วย ทริคที่เอาไปใช้ต่อได้ทันทีหลังทำ personal color test: - เลือกสีเสื้อ/เสื้อเชิ้ต/ชุดนักศึกษาเสริมด้วยผ้าพันคอหรือคาร์ดิแกน “สีที่ใช่” ใกล้หน้า จะช่วยให้ดูสดขึ้นแบบไม่ต้องแต่งหน้าเยอะ - เลือกลิปและบลัชตามโทน: โทนอุ่นลองพีช/คอรัล โทนเย็นลองชมพูอมม่วง/โรส (ลองเทียบตอนผ้าดรอปแล้วจะเข้าใจ) - ถ้าใส่ผ้าคลุมศีรษะ ให้ลองผ้าโทนที่ทำให้ผิวดูสว่าง เช่น บางคนใส่ฟ้าอ่อนแล้วหน้าผ่องมาก แต่บางคนใส่เหลืองอ่อนแล้วดูสดกว่า สุดท้าย แนะนำให้ถ่ายรูป before/after ในแสงเดียวกันตอนทาบผ้าไว้ด้วย จะช่วยจำได้ว่าทำไมบางสีถึงเหมาะกับเรา และเอาไปช้อปปิ้งเลือกสีได้แม่นขึ้นมาก