วันแม่
#การตอบแทนพระคุณมารดาที่ยิ่งกว่าการแบกไว้บนบ่า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่อง บุคคลที่ตอบแทนคุณได้ยาก โดยทรงยก “มารดาและบิดา” ขึ้นเป็นบุคคลสำคัญ เพราะท่านทั้งสองเป็นผู้ให้กำเนิด เลี้ยงดู บำรุง และทำให้บุตรได้รู้จักโลกใบนี้
พระองค์ทรงอุปมาให้เห็นถึงพระคุณอันใหญ่หลวงว่า แม้บุตรจะให้มารดาอยู่บนบ่าข้างหนึ่ง ให้บ ิดาอยู่บนบ่าอีกข้างหนึ่ง และปรนนิบัติท่านเช่นนั้นเป็นเวลาถึงหนึ่งร้อยปี คอยนวด อาบน้ำ ดูแลทุกอย่าง แม้ท่านจะถ่ายอุจจาระและปัสสาวะอยู่บนบ่านั้น การปรนนิบัติอย่างยิ่งเช่นนี้ ก็ยังไม่ชื่อว่าได้ตอบแทนพระคุณของมารดาบิดาโดยบริบูรณ์
ถ้อยคำนี้มิได้หมายความว่า การเลี้ยงดูพ่อแม่ไม่มีคุณค่า ตรงกันข้าม การดูแลท่านเป็นสิ่งที่บุตรผู้กตัญญูพึงกระทำอย่างเต็มกำลัง
แต่พระพุทธองค์กำลังทรงชี้ให้เราเห็นว่า ยังมีการตอบแทนพระคุณที่สูงกว่าการบำรุงด้วยวัตถุและการดูแลร่างกาย
กล่าวคือ หากมารดาบิดายังไม่มีศรัทธา บุตรย่อมเกื้อกูลให้ท่านตั้งมั่นใน ศรัทธา หากท่านยังไม่มีศีล ย่อมเกื้อกูลให้ตั้งมั่นใน ศีล หากท่านมีความตระหนี่ ย่อมเกื้อกูลให้เจริญใน จาคะ คือการเสียสละและการให้ และหากท ่านยังขาดปัญญา ย่อมเกื้อกูลให้ท่านเจริญใน ปัญญา
เมื่อบุตรกระทำได้เช่นนี้ พระพุทธองค์จึงทรงแสดงว่า บุตรนั้นชื่อว่า ได้ตอบแทนคุณมารดาบิดา
นี่คือความงดงามของความกตัญญูในพระพุทธศาสนา
เราไม่ได้รักแม่เพียงเพราะต้องการให้ท่านกินอิ่ม นอนหลับ มีบ้านอยู่ หรือมีความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ความรักที่ประกอบด้วยปัญญาย่อมปรารถนาให้ผู้มีพระคุณของเรา มีที่พึ่งภายในใจด้วย
วันหนึ่ง ร่างกายที่เราเฝ้าดูแลย่อมแก่ลง
ทรัพย์สินที่เราหามาให้ท่านย่อมเสื่อมสลาย
และแม้ลูกจะรักแม่เพียงใด ก็ไม่สามารถรับความแก่ ความเจ็บ และความตายแทนแม่ได้
แต่สิ่งหนึ่งที่เราสามารถมอบให้กันได้ คือ โอกาสในการพบธรรม
เพราะฉะนั้น หากลูกคนหนึ่งได้เข้ามาศึกษาและปฏิบ ัติธรรม จนชีวิตของตนเปลี่ยนแปลง มีศีลมากขึ้น มีความเมตตามากขึ้น ลดความโลภ ความโกรธ และความหลงลง แล้วสามารถนำความดีนั้นกลับไปเกื้อกูลมารดาบิดาให้เกิดศรัทธา ศีล จาคะ และปัญญา การเดินเข้าสู่ทางธรรมของลูกคนนั้นจึงมิได้มีคุณค่าเฉพาะแก่ตัวลูกเอง
แสงธรรมที่เกิดขึ้นในใจของลูก
อาจกลายเป็นแสงที่ส่องไปถึงหัวใจของแม่ด้วย
ดังนั้น ต่อให้บุตรธิดาแบกแม่ไว้บนบ่า ป้อนข้าว ป้อนน้ำ และปรนนิบัติอย่างดีที่สุดตลอดชีวิต พระคุณอันยิ่งใหญ่นั้นก็ยังยากจะตอบแทนได้หมด
แต่เมื่อใดที่บุตรสามารถเป็นเหตุปัจจัย เกื้อกูลให้ธรรมเจริญขึ้นในใจของผู้มีพระคุณ เมื่อนั้น ความกตัญญูไม่ได้หยุดอยู่เพียงการ “เลี้ยงกาย” หากได้ยกระดับขึ้นสู่การ “เกื้อกูลใจให้พบหนทางแห่งธรรม”
นี่คือการต อบแทนพระคุณที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญ
....
ท่านอาจารย์ตรัยตริณณ์ ไพบูลย์พูนสุข













