Automatically translated.View original post

Who took the saloon to carry something weird?‼️

Very proud. This Mazda2 used to carry a 58 "‼️ TV.

The story is that the sister at the office ordered a TV to deliver to the office, thought that his city could transport it back, but ‼️ pushed it on the wheel, so I tried to put it in this car, I thought it wasn't. The car looked smaller, so my car could wear it, so I carried it back to his home.

And I used to carry 1.5 to 1.8 + - about 12 mok trees to my brother's house to garden them, and when I folded the cushion, I plugged in the trees, and I thought it wasn't going to go, so it was gone.

And my friends used to carry something that looked bigger than the car, but can they push it? ❓

# Car lovers # Car experience # First car # Ask to answer # Peak story

2025/8/23 Edited to

... Read moreหลายคนถามเหมือนกันว่า “รถเก๋งขนของได้แค่ไหน” หรือ “รถเก๋งบรรทุกได้กี่กิโล” จากประสบการณ์ที่เคยยัดของสารพัดใส่ Mazda2 (ตั้งแต่กล่องทีวี 58 นิ้ว ต้นโมก 12 ต้น ไปจนถึงพัสดุเป็นกอง ๆ) สิ่งที่อยากบอกคือ…ขนได้เยอะจริง แต่ต้องขนให้ถูกวิธี ไม่งั้นเสี่ยงทั้งรถพังและอันตรายบนถนน 1) รถเก๋งบรรทุกได้กี่กิโล? ดู “Payload/น้ำหนักบรรทุก” เป็นหลัก โดยทั่วไป “น้ำหนักที่รถบรรทุกได้” ไม่ใช่ดูจากความใหญ่ของห้องท้ายอย่างเดียว แต่ให้ดูค่าน้ำหนักบรรทุก (Payload) ในคู่มือ/สติ๊กเกอร์ประตูรถ ซึ่งคือ น้ำหนักผู้โดยสาร + สัมภาระรวมกัน (ไม่รวมตัวรถ) รถเก๋งหลายรุ่นอยู่ราว ๆ 350–500 กก. (แล้วแต่รุ่น/ล้อ/ออปชัน) วิธีคิดง่าย ๆ คือ ถ้านั่ง 2 คน คนละ 70 กก. ก็ใช้ไป 140 กก. เหลือโควต้าให้ของอีกประมาณ 200–300 กก. (คร่าว ๆ) 2) ขนของชิ้นใหญ่ (เช่น ทีวี 58 นิ้ว) ให้เน้น “มิติ + การยึด” - วัดก่อน: กว้าง/ยาวของกล่องเทียบกับช่องท้าย + ระยะพับเบาะหลัง (บางทีรถเล็กแต่ช่องพอดีเพราะพับเบาะแล้วได้แนวยาว) - ทีวี/ของแตกหักง่าย: พยายามตั้งตามลูกศรบนกล่อง ไม่วางนอนถ้าเขาห้าม และรองผ้าห่ม/โฟมกันกระแทก - ยึดให้แน่น: ใช้เชือกรัด/สายรัด (ratchet) หรืออย่างน้อยมีตัวกันไหล ไม่ให้กล่องไถลตอนเบรก 3) ขนของยาว (เช่น ต้นโมก 1.5–1.8 ม.) ให้ป้องกัน “ทิ่ม-ข่วน-บาด” - พับเบาะหลังให้เรียบ แล้วปูผ้า/ผ้ายางกันดินและน้ำ - มัดรวมเป็นมัด ๆ และหุ้มปลายกิ่งด้วยถุง/ผ้า จะได้ไม่ทิ่มเบาะ ไม่ข่วนพลาสติก - จัดให้ปลายอยู่กึ่งกลางรถ ไม่ไปกดกระจก/แผงประตูด้านข้าง 4) ขนของหนัก (เช่น หิน/ทราย/กระสอบ) ระวังช่วงล่างและยาง - ของหนักควรวาง “ชิดพนักพิงเบาะหลัง” และ “ต่ำที่สุด” เพื่อให้จุดศูนย์ถ่วงนิ่ง - กระจายน้ำหนักซ้าย-ขวาให้เท่ากัน อย่ากองข้างเดียว - เช็กลมยางตามสเปกตอนบรรทุกหนัก (บางรุ่นมีแนะนำเพิ่มแรงดันเมื่อบรรทุก/วิ่งไกล) - ถ้าท้ายยุบมาก เบรกยาว โคลงเยอะ แปลว่าใกล้เกินขีดจำกัด ควรลดของหรือเรียกรถขน 5) เช็กลิสต์ก่อนออกตัว (ช่วยลดเสี่ยงสุด ๆ) - ของไม่บังทัศนวิสัยกระจกหลัง/ไม่ชนกระจก - ฝาท้ายปิดสนิท (ห้ามฝืนปิดแล้วล็อกไม่ลง) - ของไม่กลิ้ง: เบรกแล้วไม่ไหลมาชนเบาะหน้า - ขับช้าลง เว้นระยะเบรกมากขึ้น เลี่ยงถนนหลุม/คอสะพานแรง ๆ สรุปคือ รถเก๋งขนของได้เกินคาดจริง ถ้ารู้จัก “ดูน้ำหนักบรรทุก + จัดวางให้ถูก + ยึดให้แน่น” ใครมีทริกขนของชิ้นใหญ่ในรถเก๋ง หรือเคยขนอะไรยิ่งใหญ่เกินตัวรถ มาแชร์กันได้เลยครับ/ค่ะ