Many words, meaning keep saying
The short drama of Heart Chow and I, Sweet Smile
ช่วงนี้ฉันติดคำว่า “คำพูดมากมาย” มาก เพราะมันตรงกับฟีลเวลาฟังคนพูดรัวๆ แต่พอจับใจความแล้ว…เอ๊ะ สรุปพูดอะไรนะ (นี่แหละที่หลายคนชอบแซวว่า “คำพูดมากมาย ความหมายไม่มี”) ซึ่งพอดูละครสั้นของฮาร์ทชูติวัฒน์กับหนูเอยิ้มหวานแล้ว ยิ่งรู้สึกว่าโหมด “พูดไปเรื่อย” นี่ทำให้ขำแบบหยุดไม่ได้จริงๆ สิ่งที่สนุกคือเขาจะมีจังหวะเหมือนกำลังคิดสดๆ ระหว่างพูด มีทั้งอาการ “เขินing”, “ฝืนing”, “แปลกๆ” และบางทีเหมือน “เมนวีน is here” อยู่ดีๆ คือจากบทสนทนาธรรมดากลายเป็นมุกซ้อนมุกแบบคาดไม่ถึง แล้วพอปิดท้ายด้วยฟีล “จบบริบูรณ์/จบสักที...” มันยิ่งตลก เพราะเหมือนทุกคนยอมแพ้ให้ความไหลของคำพูด ถ้าใครอยากเอาคอนเซ็ปต์ “คำพูดมากมาย ความหมาย” ไปเล่นเป็นแคปชั่นหรือคอมเมนต์ ฉันลองรวมไอเดียที่ใช้ได้จริงไว้ให้ (ปรับให้เข้ากับสถานการณ์ได้เลย) - “คำพูดมากมาย สรุปคือยังไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม” - “พูดไปเรื่อยๆ แต่ขอให้ถึงประเด็นก่อนนะ” - “ฟังแล้วเหมือนเข้าใจ แต่จริงๆ ไม่เข้าใจ” - “ทีมเดียวกัน ท่องไว้…อย่าเผลอหลุดขำ” - “วันนี้โหมดเขินing เลยพูดเยอะเป็นพิเศษ” อีกอย่างที่ช่วยให้คอนเทนต์แนวนี้ปังขึ้นคือ “จังหวะเว้นวรรค” เวลาเล่าให้เพื่อนฟังหรือพิมพ์แคปชั่น ลองแบ่งเป็น 2 ท่อน: ท่อนแรกให้เหมือนจะจริงจัง ท่อนสองหักมุก เช่น “คำพูดมากมาย…แต่ความหมายไม่มี” หรือ “พูดไปเรื่อย…จนคนฟังเริ่มเชื่อมโยง??? เอง” สุดท้าย ถ้าใครชอบสไตล์คุยกันแบบหลุดๆ ขำๆ แนะนำให้ดูแล้วลองจดคำที่ชอบไว้ เวลาอยากหาอะไรเบาๆ คลายเครียด ละครสั้นแนวนี้คือเหมาะมาก ดูจบแล้วจะเข้าใจเลยว่าทำไมประโยค “คำพูดมากมาย ความหมายไม่มี” ถึงกลายเป็นมุกที่คนชอบเอาไปใช้กันเรื่อยๆ

























































































