Anessa, what's the difference between two hit recipes?
💜 Purple = Gel Texture Sunscreen + Instantly Brighten Pink Skin
Suitable Clear Skin Strap Tone Up (Purple Tone Up)
💛 Yellow = Moisturizing Gel Texture Sunscreen Daily Use Healthy Skin Feel No Wok No Color
✅ Wanna Pop Face No Makeup → Choose 💜 (Tone Up)
✅ craving natural skin, hydration → choose 💛 (Moisture)
# anessathailand # Anessa sunscreen # Lemon 8 Howtoo # Japanese drug sign # Japanese things to buy
ช่วงนี้มีคนถามบ่อยมากว่า “กันแดด Anessa แต่ละสูตรต่างกันยังไง” โดยเฉพาะสูตรใหม่เนื้อเจล 2 สีที่เห็นกันบ่อย ๆ เราขอสรุปแบบใช้งานจริงให้เลือกง่ายขึ้น (ทั้งคู่เป็น SPF50+ PA++++ กันน้ำกันเหงื่อ และเป็นเนื้อเจลที่เกลี่ยง่าย ไม่ค่อยเหนอะหนะ ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย) 1) สีม่วง (Tone Up) เหมาะกับวันที่อยากให้หน้าดูไบร์ททันที ตัวนี้จุดเด่นคือ “ปรับผิวให้สว่างอมชมพู” ตั้งแต่ทาเสร็จ เหมือนใส่ฟิลเตอร์ผิวใสเบา ๆ ถ้าเป็นคนหน้าหมองง่าย หรืออยากให้หน้าป๊อปแบบไม่ต้องแต่งหน้าหนัก ๆ สูตรนี้ตอบโจทย์มาก เราชอบใช้ในวันที่รีบ ๆ แค่ทากันแดดแล้วลงแป้งบาง ๆ ก็พอ หรือวันที่ต้องถ่ายรูป/เจอแสงจัด ๆ เพราะผิวดูสดขึ้น ทริคส่วนตัว: ทาทีละน้อยแล้วค่อยเพิ่ม จะได้โทนอัพกำลังสวยและไม่ดูวอก โดยเฉพาะคนผิวสองสีให้ลองเริ่มบาง ๆ ก่อน 2) สีเหลือง (Moisture) เหมาะกับวันสบาย ๆ ผิวธรรมชาติ เน้นชุ่มชื้น สีเหลืองจะเป็นฟีล “ผิวสุขภาพดี” มากกว่า คือทาแล้วผิวดูชุ่มชื้นขึ้น แต่ไม่เปลี่ยนสีผิว ไม่ทิ้งคราบขาว และไม่มีสี ทำให้เหมาะกับใช้ทุกวัน โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบอะไรที่ทำให้หน้าดูสว่างขึ้นแบบชัด ๆ หรือวันที่ต้องออกกำลังกาย/ทำงานยาว ๆ แล้วอยากได้ความสบายผิว ทริคส่วนตัว: ถ้าวันไหนผิวแห้งหรืออยู่ห้องแอร์ตลอด เราจะเลือกสีเหลือง เพราะให้ความชุ่มชื้นและแต่งหน้าต่อได้ง่าย ไม่ค่อยตกร่อง สรุปเลือกสูตรแบบเร็วที่สุด - อยากหน้าดูสว่างอมชมพู ไม่แต่งหน้าก็รอด → เลือกสีม่วง Tone Up - อยากได้ลุคธรรมชาติ ชุ่มชื้น ใช้ได้ทุกวัน ไม่วอก → เลือกสีเหลือง Moisture ถ้าถามว่า “กันแดด Anessa สูตรใหม่” ควรเริ่มจากอันไหน: สำหรับมือใหม่ที่อยากใช้ได้ทุกโอกาส เราว่าสีเหลืองปลอดภัยสุด (ลุคธรรมชาติ) แต่ถ้าเน้นผิวไบร์ทและชอบงานโทนอัพ สีม่วงคือทีเด็ดเลย

